บทความการเดินทาง
    บทความการเดินทาง
    บทความการเดินทาง

    ค้นหาบทความที่น่าสนใจ

    บทความการเดินทาง

    K-ETA คืออะไร? ทำไมคนอยากไปเที่ยวเกาหลีต้องรู้จักสิ่งนี้

    K-ETA คืออะไร? ทำไมคนอยากไปเที่ยวเกาหลีต้องรู้จักสิ่งนี้

    อันยองฮาเซโย!! เรียกว่าเป็นข่าวดีสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย และอีกหลายประเทศทั่วโลกเลยก็ว่าได้ เมื่อล่าสุดเกาหลีใต้ได้ประกาศเปิดประเทศพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวโดยไม่ต้องมีการกักตัว และมาพร้อมกับมาตรการแบบใหม่เพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถเดินทางเข้ามาได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องต่อคิวขอวีซ่า ด้วยการสมัครลงทะเบียนออนไลน์ผ่าน K-ETA   K-ETA คืออะไร? ไปเที่ยวเกาหลีต้องรู้จัก K-ETA หรือ Korea Electronic Travel Authorization คือระบบออนไลน์ที่จัดทำขึ้นมาเพื่อคัดกรองผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศมายังเกาหลีใต้ โดยไม่ต้องขอวีซ่า ซึ่งมีข้อมูลว่าระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาการโดนปฏิเสธของนักท่องเที่ยวที่ช่วงหลังมีจำนวนมากขึ้น เนื่องจากปัญหาข้อมูลด้านวัคซีน และข้อจำกัดด้านปริมาณการเปิดรับคนเข้าประเทศ รวมถึงการลักลอบเข้ามาทำงานอย่างผิดกฎหมายที่เป็นเรื่องใหญ่ของประเทศเกาหลีใต้ ​ต้องการสมัคร K-ETA ต้องทำอย่างไร จริงๆ แล้วระบบลงทะเบียน K-ETA นั้นเปิดให้สมัครตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 2564 ที่ผ่านมา และพร้อมเปิดประเทศให้เข้าได้ในวันที่ 1 เมษายน 2565 ถือว่าเป็นการเปิดฟรีวีซ่าให้คนไทยเข้าไปเที่ยวได้จริง 100% และสามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านระบบออนไลน์ผ่าน เว็บไซต์ www.k-eta.go.kr หรือผ่านแอปพลิเคชัน K-ETA ทั้งระบบ iOS และ Android   เตรียมเอกสารที่ต้องใช้ 1. หนังสือเดินทาง หรือ พาสปอร์ต ที่ยังไม่หมดอายุ 2. รูปถ่ายหน้าตรง 3. ข้อมูลที่พักในเกาหลีอย่างชัดเจน 4. บัตรเครดิต หรือ บัตรเดบิต สำหรับหักค่าธรรมเนียม 10,000 วอน (ประมาณ 280 บาท) ​ ขั้นตอนลงทะเบียน 1. ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.k-eta.go.kr หรือผ่านแอปพลิเคชัน K-ETA 2. กรอกอีเมลของเรา 3. กรอกข้อมูลของหนังสือเดินทาง หรือพาสปอร์ต 4. กรอกรายละเอียดส่วนตัวพร้อมแผนการเดินทางอย่างละเอียด เช่น อาชีพ, ชื่อบริษัท, ที่อยู่บริษัท, รายได้ต่อปี, วัตถุประสงค์ในการเดินทาง, ข้อมูลที่พัก, หมายเลขติดต่อที่พัก และวันที่ออกเดินทาง *** หมายเหตุ ยิ่งกรอกข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลการเดินทางละเอียด ยิ่งเพิ่มโอกาสผ่านมากกว่าเดิม*** 5. ชำระค่าธรรมเนียม 10,000 วอน 6. รอผลการตรวจสอบข้อมูลของเรา เพื่อเช็คเปอร์เซ็นต์ว่าเราไม่เป็นผีน้อยแน่นอน 7. ตรวจสอบผลการสมัคร K-ETA ผ่านทางอีเมล ทั้งนี้ หากผู้ที่ผ่านการอนุญาตจาก K-ETA จะสามารถจองตั๋วเครื่องบินได้ และเดินทางเข้าประเทศเกาหลีได้โดยไม่ต้องกรอกบัตรตรวจคนเข้าเมือง แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนตัว จะต้องยื่นขออนุมัติ K-ETA ใหม่ เช่น ชื่อ นามสกุล เลขพาสปอร์ต ประวัติอาชญกรรม หรือโรคประจำตัว และอีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้นั่นก็คือ ก่อนออกเดินทางไปประเทศเกาหลี 72 ชั่วโมง จะต้องมีการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 และใบรับรองแพทย์ (fit to fly certificate) รับรองไปด้วยเพื่อความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทาง และหากจะไปเกาหลีในช่วงนี้ อย่าลืมพกประกันการเดินทางไปด้วยเพื่อความอุ่นใจ พิเศษ! สมัครประกันการเดินทางเอ็ทน่า ประหยัดค่าเบี้ยสูงสุด 15%* (ตั้งแต่ 1 มี.ค. 65 – 31 พ.ค. 65) แถมซื้อออนไลน์ได้เลย ง่าย และสะดวก คลิกเลย https://www.aetna.co.th/travel-insurance ​ *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ข้อมูลจาก https://www.k-eta.go.kr/portal/apply/index.do https://www.klook.com/th/blog/k-eta-south-korea-visa-travel/ https://travel.kapook.com/view254295.htm
    K-ETA คืออะไร? ทำไมคนอยากไปเที่ยวเกาหลีต้องรู้จักสิ่งนี้

    K-ETA คืออะไร? ทำไมคนอยากไปเที่ยวเกาหลีต้องรู้จักสิ่งนี้

    อันยองฮาเซโย!! เรียกว่าเป็นข่าวดีสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย และอีกหลายประเทศทั่วโลกเลยก็ว่าได้ เมื่อล่าสุดเกาหลีใต้ได้ประกาศเปิดประเทศพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวโดยไม่ต้องมีการกักตัว และมาพร้อมกับมาตรการแบบใหม่เพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถเดินทางเข้ามาได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องต่อคิวขอวีซ่า ด้วยการสมัครลงทะเบียนออนไลน์ผ่าน K-ETA   K-ETA คืออะไร? ไปเที่ยวเกาหลีต้องรู้จัก K-ETA หรือ Korea Electronic Travel Authorization คือระบบออนไลน์ที่จัดทำขึ้นมาเพื่อคัดกรองผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศมายังเกาหลีใต้ โดยไม่ต้องขอวีซ่า ซึ่งมีข้อมูลว่าระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาการโดนปฏิเสธของนักท่องเที่ยวที่ช่วงหลังมีจำนวนมากขึ้น เนื่องจากปัญหาข้อมูลด้านวัคซีน และข้อจำกัดด้านปริมาณการเปิดรับคนเข้าประเทศ รวมถึงการลักลอบเข้ามาทำงานอย่างผิดกฎหมายที่เป็นเรื่องใหญ่ของประเทศเกาหลีใต้ ​ต้องการสมัคร K-ETA ต้องทำอย่างไร จริงๆ แล้วระบบลงทะเบียน K-ETA นั้นเปิดให้สมัครตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 2564 ที่ผ่านมา และพร้อมเปิดประเทศให้เข้าได้ในวันที่ 1 เมษายน 2565 ถือว่าเป็นการเปิดฟรีวีซ่าให้คนไทยเข้าไปเที่ยวได้จริง 100% และสามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านระบบออนไลน์ผ่าน เว็บไซต์ www.k-eta.go.kr หรือผ่านแอปพลิเคชัน K-ETA ทั้งระบบ iOS และ Android   เตรียมเอกสารที่ต้องใช้ 1. หนังสือเดินทาง หรือ พาสปอร์ต ที่ยังไม่หมดอายุ 2. รูปถ่ายหน้าตรง 3. ข้อมูลที่พักในเกาหลีอย่างชัดเจน 4. บัตรเครดิต หรือ บัตรเดบิต สำหรับหักค่าธรรมเนียม 10,000 วอน (ประมาณ 280 บาท) ​ ขั้นตอนลงทะเบียน 1. ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.k-eta.go.kr หรือผ่านแอปพลิเคชัน K-ETA 2. กรอกอีเมลของเรา 3. กรอกข้อมูลของหนังสือเดินทาง หรือพาสปอร์ต 4. กรอกรายละเอียดส่วนตัวพร้อมแผนการเดินทางอย่างละเอียด เช่น อาชีพ, ชื่อบริษัท, ที่อยู่บริษัท, รายได้ต่อปี, วัตถุประสงค์ในการเดินทาง, ข้อมูลที่พัก, หมายเลขติดต่อที่พัก และวันที่ออกเดินทาง *** หมายเหตุ ยิ่งกรอกข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลการเดินทางละเอียด ยิ่งเพิ่มโอกาสผ่านมากกว่าเดิม*** 5. ชำระค่าธรรมเนียม 10,000 วอน 6. รอผลการตรวจสอบข้อมูลของเรา เพื่อเช็คเปอร์เซ็นต์ว่าเราไม่เป็นผีน้อยแน่นอน 7. ตรวจสอบผลการสมัคร K-ETA ผ่านทางอีเมล ทั้งนี้ หากผู้ที่ผ่านการอนุญาตจาก K-ETA จะสามารถจองตั๋วเครื่องบินได้ และเดินทางเข้าประเทศเกาหลีได้โดยไม่ต้องกรอกบัตรตรวจคนเข้าเมือง แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนตัว จะต้องยื่นขออนุมัติ K-ETA ใหม่ เช่น ชื่อ นามสกุล เลขพาสปอร์ต ประวัติอาชญกรรม หรือโรคประจำตัว และอีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้นั่นก็คือ ก่อนออกเดินทางไปประเทศเกาหลี 72 ชั่วโมง จะต้องมีการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 และใบรับรองแพทย์ (fit to fly certificate) รับรองไปด้วยเพื่อความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทาง และหากจะไปเกาหลีในช่วงนี้ อย่าลืมพกประกันการเดินทางไปด้วยเพื่อความอุ่นใจ พิเศษ! สมัครประกันการเดินทางเอ็ทน่า ประหยัดค่าเบี้ยสูงสุด 15%* (ตั้งแต่ 1 มี.ค. 65 – 31 พ.ค. 65) แถมซื้อออนไลน์ได้เลย ง่าย และสะดวก คลิกเลย https://www.aetna.co.th/travel-insurance ​ *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ข้อมูลจาก https://www.k-eta.go.kr/portal/apply/index.do https://www.klook.com/th/blog/k-eta-south-korea-visa-travel/ https://travel.kapook.com/view254295.htm
    5 ประเทศน่าเที่ยวหลัง COVID ซาและฉีดวัคซีนมาครบแล้ว

    5 ประเทศน่าเที่ยวหลัง COVID ซาและฉีดวัคซีนมาครบแล้ว

    หนึ่งในสิ่งที่หลายคนรอคอยมากที่สุดในช่วงเวลา 1-2 ปีมานี้ คงต้องยกให้การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ ที่ต้องหยุดชะงักไปเพราะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 และในปีนี้ ดูเหมือนสถานการณ์ในหลายประเทศก็เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น และมีมาตรการรองรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศมากขึ้น   เพื่อช่วยสานฝันการท่องเที่ยวของนักเดินทางทั้งหลาย วันนี้ เอ็ทน่า มีประเทศน่าเที่ยวหลังสถานการณ์โควิดเริ่มซาและฉีดวัคซีนมาครบแล้วมาฝากให้ชมกัน   และก่อนการเดินทาง อย่าลืม วัคซีนพาสปอร์ต บัตรผ่านเดินทางไปต่างประเทศด้วย รวมถึง อ่านบทความ การเตรียมตัวก่อนเดินทางไปต่างประเทศในช่วงโควิด ก็จะช่วยให้มีความพร้อมได้มากขึ้น   มัลดีฟส์ สวรรค์แห่งท้องทะเลสีครามที่นักเดินทางจากทั่วโลกหลงใหล ได้เปิดรับนักท่องเที่ยวจากทุกประเทศ ยกเว้น อินเดีย เนปาล ภูฏาน อัฟกานิสถาน บังคลาเทศ ปากีสถาน และศรีลังกา มาตั้งแต่เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2564 รวมถึงผู้ที่เดินทางผ่านประเทศเหล่านี้ในช่วง 14 วันที่ผ่านมา สำหรับนักท่องเที่ยวจากที่อื่น หากมีหลักฐานการทดสอบ COVID-19 เป็นลบ ภายใต้คอนเซ็ปต์ 3V (Visit-Vaccinate-Vacation) และได้รับวัคซีน 2 โดสขึ้นไป ก็สามารถเข้ามาเที่ยวมัลดีฟส์ได้เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์   เยอรมนี หากคุณได้รับวัคซีนตั้งแต่ 2 เข็มขึ้นไป ในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน ดินแดนอินทรีเหล็กแห่งนี้ก็พร้อมสยายปีกต้อนรับคุณอย่างเต็มที่ และการมาในช่วงนี้นับว่าเหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการชมบรรยากาศและสถาปัตยกรรมของยุโรป เพราะนอกจากจะอากาศไม่หนาวหรือร้อนจะเกินไปแล้ว ยังมีคนไม่หนาแน่นมากอีกด้วย   สวิตเซอร์แลนด์ เป็นหนึ่งในประเทศบนทวีปยุโรปที่ได้มีการคลายมาตรการ COVID-19 และมีการเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติโดยไม่จำเป็นต้องกักตัว หากคุณได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม และมีผลการตรวจเป็นลบ แต่ยังคงบังคับให้มีการสวมหน้ากากเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ แต่นั่นก็ไม่ทำให้บรรยากาศการสัมผัสธรรมชาติที่งดงามลดน้อยลงแต่อย่างใด   ฝรั่งเศส เมืองแห่งความรักสุดโรแมนติกที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนอย่าง Pfizer/BioNTech, AstraZeneca, Moderna, Johnson & Johnson และ Covishield ครบโดสก่อนเดินทางอย่างน้อย 14 วัน โดยไม่ต้องกักตัว และไม่ต้องใช้ผลตรวจใดๆ เพิ่มเติม แต่ยังต้องมีการสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่นอกอาคารเสมอ   เนปาล หากใครกำลังมองหาความเงียบสงบ และสัมผัสกับวัฒนธรรมที่งดงาม เนปาลคือปลายทางที่คุณมองหาอยู่ เพียงได้รับวัคซีนก่อนออกเดินทางมาอย่างน้อย 14 วัน และมีผลตรวจเป็นลบภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง ดินแดนหลังคาโลกแห่งนี้ก็พร้อมให้คุณสัมผัสประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่ใดในโลก   นี่เป็นเพียงตัวอย่างประเทศที่พร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวจากต่างแดนแล้ว และสุดท้ายสิ่งที่ควรทำทุกครั้งก่อนเดินทางไปต่างประเทศก็คือการซื้อประกันการเดินทาง โดยคุณสามารถซื้อประกันเดินทางออนไลน์จาก เอ็ทน่า ได้สะดวกสบายด้วยตัวเองได้เลย เพียงคลิกที่นี่ ซึ่งมีข้อดีมากมาย ทั้งคุ้มครองก่อน-หลังบิน 2 ชั่วโมง, ให้ความคุ้มครองทั้งอุบัติเหตุและเจ็บป่วยตลอด 24 ชั่วโมง, สามารถเข้ารับการรักษาได้ทุกโรงพยาบาล, มีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินทางด้านการแพทย์   พิเศษ! ท่องเที่ยวอย่างอุ่นใจ และประหยัดมากขึ้น เอ็ทน่า ให้คุณประหยัดค่าเบี้ยเมื่อสมัครประกันการเดินทาง • ประหยัดค่าเบี้ย 15% เมื่อสมัครประกันการเดินทางแบบรายปี กรอก promo code: Mar-150322 • ประหยัดค่าเบี้ย 10% เมื่อสมัครประกันการเดินทางแบบรายเที่ยว กรอก promo code: Mar-100322 ตั้งแต่ 1 มีนาคม 2565 – 31 พฤษภาคม 2565 คลิกซื้อประกันเดินทางออนไลน์ได้เลย หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 026770066 ข้อมูลจาก https://www.traveloka.com/en-th/explore/destination/open-for-vaccinated-2/88492 https://th.trip.com/blog/where-can-travel-now/ https://www.klook.com/th/blog/test-and-go-2022-thailand/
    ประกันเดินทางต่างประเทศ ช่วงโควิด เดินทางอย่างไรให้ปลอดภัย?

    ประกันเดินทางต่างประเทศ ช่วงโควิด เดินทางอย่างไรให้ปลอดภัย?

    คุณกำลังวางแผนเดินทางไปต่างประเทศอยู่หรือไม่? หลังคลายล็อกดาวน์ถึงแม้ว่าสถานการณ์ไวรัส COVID-19 จะดีขึ้นมาก แต่ก็ยังไม่คลี่คลายซะทีเดียว รวมไปถึงประเทศอื่นๆ ที่ก็อาจยังวางใจไม่ได้ และด้วยมาตรการต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงสถานการณ์โรคระบาด COVID-19 ทำให้ใครหลายคนเกิดข้อจำกัดในการเดินทางออกนอกประเทศ หลายประเทศจึงจำเป็นต้องเพิ่มกฎระเบียบในการคัดกรองคนเดินทางเข้าประเทศที่เข้มงวดมากขึ้น   สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปต่างประเทศในช่วงนี้ ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทางด้านการเรียน การทำงาน หรือไปท่องเที่ยว คงแอบกังวลอยู่ไม่น้อยว่าจะต้องเตรียมความพร้อมอย่างไรบ้าง เมื่อต้องเดินทางออกนอกประเทศในช่วงสถานการณ์ COVID-19 ยังระบาด เพื่อที่จะสามารถเตรียมตัวได้อย่างถูกต้อง และปลอดภัยกับตัวคุณเองและเพื่อนร่วมทางมากที่สุด   เตรียมความพร้อมก่อนการเดินทาง 1. ตรวจสอบข้อจำกัดของประเทศปลายทาง เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 ในแต่ละประเทศนั้นมีความแตกต่างกัน รัฐบาลของประเทศต่างๆ ก็อาจจะกำหนดมาตรการการรับมือที่ต่างกัน จึงควรตรวจสอบข้อจำกัดของประเทศปลายทางเพื่อวางแผนการเดินทาง เป็นอันดับแรก ดังนี้ ● ประเทศที่ต้องการเดินทาง เปิดให้ชาวต่างชาติสามารถเข้าประเทศได้หรือไม่ ● หากมีการผ่อนปรนให้ชาวต่างชาติเข้าประเทศได้ มีประเทศอะไรบ้างที่ได้รับอนุญาต ● หากเดินทางเข้าประเทศแล้วมีความจำเป็นต้องกักตัวหรือไม่ กักตัวเป็นจำนวนกี่วัน และต้องกักตัวที่ไหน ● กฎข้อบังคับในขณะนั้น เช่น มีการจำกัดจำนวนคน กิจกรรมที่สามารถทำได้ หรือสถานที่ที่สามารถไปได้หรือไม่   2. เตรียมเอกสารที่จำเป็นต่อการเดินทาง สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมในขั้นตอนต่อไปก็คือ เอกสารจำเป็นที่ต้องใช้ในการเดินทาง เช่น หนังสือเดินทาง (Passport) บัตรประจำตัวประชาชน เอกสารการจองที่พัก ตั๋วเครื่องบินขาไป-กลับ วัคซีนพาสปอร์ต และใบรับรองผลการตรวจโควิด โดยการตรวจแบบ RT-PCR ซึ่งในวันขึ้นเครื่องต้องใช้ใบยืนยันนี้หลังผลออกมาไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง   3. เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น ควรเตรียมของใช้ส่วนตัวที่คาดว่าจะหาซื้อที่ต่างประเทศได้ยาก เช่น ยาประจำตัว หน้ากากอนามัย ควรเตรียมไปให้เพียงพอสำหรับใส่ตลอดการเดินทาง นอกจากของใช้ส่วนตัวที่เตรียมไปเป็นปกติสำหรับการเดินทางแล้ว อาจต้องคำนึงถึงสิ่งที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากการสัมผัสสิ่งของร่วมกับผู้อื่นในช่วงการระบาดของโควิด เช่น เจลแอลกอฮอล์ ทิชชู่เปียก ถุงมือ ฯลฯ 4. ฉีดวัคซีนก่อนเดินทาง วิธีที่จะช่วยลดความเสี่ยงได้ดีที่สุดก็คือการได้รับวัคซีน เพื่อให้มีภูมิต้านทานโรค COVID-19 ก่อนการเดินทางไปต่างประเทศ แต่จะต้องศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมของแต่ละประเทศควบคู่กันไปด้วย เนื่องจากมีบางประเทศได้กำหนดยี่ห้อวัคซีนที่ได้รับการยอมรับ เมื่อฉีดครบโดสแล้วถึงจะสามารถเดินทางเข้าประเทศได้ และตามคำแนะนำของ Centers for Disease Control and Prevention: CDC ผู้ที่เดินทางไปประเทศอื่นๆ ควรรับการฉีดวัคซีนดังต่อไปนี้ เพื่อลดโอกาสในการรับเชื้อต่างถิ่น ● วัคซีนหัดเยอรมัน (Measles-Mumps-Rubella: MMR) ● วัคซันโปลิโอ (Polio) ● วัคซีนอีสุกอีใส (Chickenpox) ● วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza) ● วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน (Diphtheria-Tetanus-Pertussis) 5. ตรวจหาเชื้อ COVID-19 ก่อนเดินทาง อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญที่ต้องมีในการเดินทางไปต่างประเทศก็คือผลตรวจหาเชื้อ COVID-19 ที่ผ่านการรับรองจากสถานพยาบาลที่น่าเชื่อถือ โดยการตรวจแบบ RT-PCR  ซึ่งอาจจะต้องเผื่อเวลาในการรอผลประมาณ 1 - 3 วันก่อนเดินทาง   6. ประกันการเดินทางต่างประเทศ ประกันการเดินทางที่หลายคนมองว่าไม่สำคัญ แต่ในช่วงสถานการณ์แบบนี้นับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ซึ่งการเตรียมความพร้อมด้วยการซื้อประกันการเดินทาง เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้คุณรู้สึกมั่นใจและปลอดภัยตลอดทริป ไม่ต้องคอยกังวลว่าจะเกิดเหตุฉุกเฉินในระหว่างอยู่ต่างประเทศ ที่คุณอาจไม่รู้ว่าควรจะต้องไปโรงพยาบาลอะไร ที่ไหน จะต้องเสียค่าใช้จ่ายมากเท่าไหร่ หรือมีขั้นตอนยุ่งยากขนาดไหน ยิ่งเฉพาะในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงสูงจากการระบาดของโรค COVID-19 อย่างในปัจจุบัน ทำไมต้องประกันเดินทางเอ็ทน่า? ● สามารถเลือกซื้อได้ทั้งแบบรายเที่ยว หรือรายปี ● คุ้มครองทั่วโลก สูงสุด 5 ล้านบาทต่อการเดินทางครั้งใดครั้งหนึ่ง ● ให้ความคุ้มครองทั้งอุบัติเหตุและเจ็บป่วย ตลอด 24 ชั่วโมง ● ได้รับการรับรองจากสถานฑูตในการขอยื่นวีซ่าในกลุ่มเชงเก้น ● คืนเงิน 100% เมื่อถูกปฏิเสธวีซ่า ● มีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินในการเดินทาง   เมื่อเตรียมความพร้อมในการเดินทางครบทุกข้อแล้ว อย่าลืมตัวช่วยดีๆ เพื่อเพิ่มความอุ่นใจ ที่จะทำให้การเดินทางในช่วงสถานการณ์โรคระบาด COVID-19 ของคุณไม่ใช่เรื่องน่ากังวลอีกต่อไป อย่างประกันเดินทางต่างประเทศ จากเอ็ทน่า ที่จะช่วยดูแลทุกความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้   สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม : www.aetna.co.th/TravelOnline/th
    ประกันเดินทาง รายเที่ยว รายปี ตอบโจทย์นักเดินทางรุ่นใหม่ ทำไมต้องเอ็ทน่า?

    ประกันเดินทาง รายเที่ยว รายปี ตอบโจทย์นักเดินทางรุ่นใหม่ ทำไมต้องเอ็ทน่า?

    ในช่วงปลายปีแบบนี้ หลายๆ คนคงเริ่มวางแผนสำหรับการท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อน หลังจากเฝ้ารอวันที่จะเปิดให้เดินทางออกไปนอกประเทศได้อีกครั้ง ซึ่งสิ่งที่เรามักนึกถึงเป็นอันดับแรกๆ ในการเตรียมพร้อมเดินทาง ก็คงจะเป็นชุดสวยๆ กล้องถ่ายรูปสักตัว แพลนท่องเที่ยว หรือเอกสารต่างๆ แต่สิ่งที่หลายคนมักละเลยไปก็คือ การเตรียมความพร้อมสำหรับสิ่งที่ไม่คาดคิดเอาไว้ เช่น การเจ็บป่วย อุบัติเหตุ ขณะอยู่ที่ต่างประเทศ เหตุการณ์เหล่านี้อาจเปลี่ยนทริปสนุกสุดเหวี่ยง เป็นทริปสุดหมองไปเลยก็เป็นได้ โดยการป้องกันปัญหาที่ดีที่สุด ก็คือ การทำประกันการเดินทางไว้เผื่อกรณีฉุกเฉินนั่นเอง   ประกันการเดินทางแบบไหนที่ใช่สำหรับคุณ? สำหรับการท่องเที่ยวในต่างประเทศที่มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งสายกิน สายช้อป สายลุย สายธรรมชาติ หรือสายสนุกสนาน ก็อาจเจอกับสิ่งที่ไม่คาดคิดแตกต่างกันออกไป การเลือกรูปแบบประกันการเดินทางให้ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวที่ต่างกันจึงมีความสำคัญอย่างมาก   ประกันการเดินทางรายเที่ยว เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวสายเดินทางต่อปีไม่บ่อยมากนัก โดยจะคุ้มครองเฉพาะการเดินทางไป-กลับต่างประเทศ ตามวันที่กำหนด ซึ่งหากเดินทางกลับเข้ามาที่ประเทศไทยก็จะถือว่าสิ้นสุดการคุ้มครอง   ประกันการเดินทางรายปี เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวขาประจำ โดยจะครอบคลุมการเดินทางไป-กลับ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี โดยจะคุ้มครองการเดินทางทั่วโลก ในประเทศที่กรมธรรม์ประกันให้ความคุ้มครอง   ทำไม? ประกันการเดินทาง เอ็ทน่า จึงตอบโจทย์นักเดินทางรุ่นใหม่ เอ็ทน่าตอบโจทย์นักเดินทางรุ่นใหม่ทุกสาย เพราะมีประกันการเดินทางทั้งแบบรายเที่ยว และรายปี ให้เลือกได้ตามไลฟ์สไตล์ของคุณ พร้อมให้ความคุ้มครองทั่วโลก ตั้งแต่ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลทั้งอุบัติเหตุและเจ็บป่วย สูงถึง 5 ล้านบาทต่อการเดินทางครั้งใดครั้งหนึ่ง ได้รับการรับรองจากสถานทูตในการขอยื่นวีซ่าในกลุ่มเชงเก้น และคืนเงิน 100% เมื่อถูกปฏิเสธวีซ่า พร้อมมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินในการเดินทาง ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกเอ็ทน่าทั่วโลก   ตอบโจทย์ทุกทริปของคุณอย่างมั่นใจ ปลอดภัยด้วยประกันการเดินทาง จากเอ็ทน่า สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม : www.aetna.co.th/TravelOnline/th
    'วัคซีนพาสปอร์ต' ใบเบิกทางของคนอยากเที่ยวยุค COVID-19

    'วัคซีนพาสปอร์ต' ใบเบิกทางของคนอยากเที่ยวยุค COVID-19

    จะไปเที่ยวต่างประเทศช่วงนี้ มีวัคซีนพาสปอร์ตหรือยัง? หลังจากคลายล็อกดาวน์เชื่อว่าหลายๆ คนคงมีเสียงเรียกร้องเล็กๆ หลังจากที่ผ่านช่วง Work From Home อยู่แต่บ้านมาหลายเดือน ก็เริ่มเกิดความรู้สึกโหยหาและคิดถึงบรรยากาศการได้เดินทางท่องเที่ยว บรรยากาศแห่งความผ่อนคลาย ความสนุกสนานกับเพื่อนๆ ได้เช็กอิน ถ่ายรูปสวยๆ ในสถานที่ต่างๆ แต่จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้เกิดข้อจำกัดในการเดินทางไปต่างประเทศมากขึ้น เนื่องจากประเทศปลายทางมีข้อกำหนดต่างๆ มากมายเพื่อป้องกันโรค ส่งผลให้วิถีการท่องเที่ยวทั่วโลกเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เอ็ทน่าจึงอยากชวนทุกคนมาทำความรู้จัก 'วัคซีนพาสปอร์ต' บัตรผ่านเดินทางในต่างประเทศยุค COVID-19 วัคซีนพาสปอร์ต คืออะไร? วัคซีนพาสปอร์ต (Vaccine Passport) คือ เอกสารยืนยันผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19  ครบ 2 โดส เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หรือผู้ป่วยโควิด-19 ที่รักษาหายแล้ว เพื่อใช้เป็นเกณฑ์มาตรการในการคัดกรองผู้เดินทางเข้า-ออก ของประเทศนั้นๆ โดยจะออกให้เฉพาะรายบุคคลเท่านั้น ไม่สามารถใช้ร่วมกันเป็นหมู่คณะได้ ซึ่งใบรับรองนี้จะมีอายุ 6 เดือน การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนขอรับ ‘วัคซีนพาสปอร์ต’ สำหรับผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว สามารถเตรียมเอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นขอ ได้ดังนี้ ● บัตรประชาชนตัวจริง ● หนังสือเดินทางตัวจริง ● ใบรับรองการฉีดวัคซีน (COVID-19 Certificate Of Vaccination) ● เอกสารแสดงการเดินทาง เช่น ตั๋วเครื่องบิน ทำวัคซีนพาสปอร์ตได้ที่ไหนบ้าง? ก่อนจะเดินทางไปทำวัคซีนพาสปอร์ต แนะนำให้ติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามข้อมูลและนัดหมายล่วงหน้า ● ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รับเฉพาะผู้ที่นัดล่วงหน้า ทางอีเมล porthealth_bkk@ddc.mail.go.th หรือ http://vacn.ddc.moph.go.th/  โทร 0-2134-0134 เปิดวันจันทร์ – ศุกร์ 13.00 – 15.00 น. ● คลินิกเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว สถาบันบำราศนราดูร จ.นนทบุรี สามารถนัดหมายล่วงหน้าได้ทางอีเมล tmcbamras@gmail.com โทร 02-5903430 เปิดวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-15.00 น. (หยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ● กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค สามารถยื่นได้ในวันจันทร์และพุธ เวลา 09.00-12.00 น. โทร 0-2590-3232 เปิดวันจันทร์และพุธ 09.00-12.00 น. (เฉพาะผู้ที่นัดหมายล่วงหน้า และหยุดทุกวันหยุดนักขัตฤกษ์) ● สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) เขตบางเขน กทม. โทร 0-2521-0943-5 เปิดวันจันทร์-ศุกร์ (หยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา 08.30-15.00 น. อ้างอิงข้อมูลจาก :  https://www.thebangkokinsight.com/news/business/650484/   สำหรับผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบแล้ว และกำลังวางแผนที่จะไปเที่ยวต่างประเทศ การทำประกันการเดินทางต่างประเทศเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกเพี่อเพิ่มความมั่นใจในการเดินทาง เลือกแผนประกันที่ใช่ ตามไลฟ์สไตล์ของคุณ ให้เอ็ทน่าดูแลตั้งแต่ก้าวแรกที่ออกจากบ้าน จนจบทริปการเดินทางของคุณ สามารถเลือกซื้อได้ทั้งแบบรายเที่ยว หรือรายปี ให้ความคุ้มครองทั้งอุบัติเหตุและเจ็บป่วย ตลอด 24 ชั่วโมง สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม :  www.aetna.co.th/TravelOnline/th/