สุขภาพดีเริ่มต้นได้วันนี้
    สุขภาพดีเริ่มต้นได้วันนี้
    สุขภาพดีเริ่มต้นได้วันนี้

    ค้นหาบทความที่น่าสนใจ

    สุขภาพดีเริ่มต้นได้วันนี้

    ตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ เรื่องสำคัญที่ต้องเตรียมพร้อมก่อนมีลูก

    ตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ เรื่องสำคัญที่ต้องเตรียมพร้อมก่อนมีลูก

    นอกจากความพร้อมด้านจิตใจ และฐานะทางการเงินแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ว่าที่พ่อแม่มือใหม่ไม่ควรมองข้ามสำหรับการสร้างครอบครัว นั่นคือการตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ เพื่อป้องกันโรคทางพันธุกรรม และภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่บางครั้งเราเองก็ไม่อาจไม่เคยรู้ว่ามีปัญหาเหล่านี้อยู่ ว่าแล้วเราก็ลองมาดูกันสักหน่อยดีกว่า ว่าในการตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์นั้นสำคัญอย่างไร และในการตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์นั้น ต้องมีการตรียมความพร้อมอย่างไรบ้าง   ทำไมพ่อแม่มือใหม่ถึงควรตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์   1) เพื่อตรวจหาโรคทางพันธุกรรมที่อาจส่งต่อไปสู่ลูก รวมถึงโรคที่มีความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ เช่น ธาลัสซีเมีย โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ฯลฯ   2) เพื่อดูความพร้อมของพ่อแม่ ว่ามีภาวะมีบุตรยากหรือไม่ อสุจิแข็งแรงหรือไม่ ประจำเดือนปกติหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีที่คุณแม่อายุเกิน 35 ปี   3) เพื่อตรวจหาความเสี่ยงของโรคหรือภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ เช่น ผู้ที่เคยมีประวัติการแท้ง ครรภ์เป็นพิษ ฯลฯ   4) พ่อแม่แข็งแรง ลูกย่อมแข็งแรงไปด้วย ดังนั้นการตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์จึงมีความสำคัญต่อลูกอย่างมาก และสามารถป้องกันความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคต่างๆ ที่อาจตามมาได้   5) ช่วยให้ว่าที่พ่อแม่มือใหม่เข้าใจตัวเองมากยิ่งขึ้น และสามารถวางแผนการดูแลตัวเองก่อนตัดสินใจมีลูกได้อีกด้วย ว่าที่คุณแม่ต้องตรวจอะไรก่อนตัดสินใจตั้งครรภ์ 1) ตรวจร่างกายโดยทั่วไป และตรวจภายในเพื่อดูความพร้อม หรือโรคแทรกซ้อนต่างๆ   2) ตรวจเลือดอย่างละเอียดว่ากรุ๊ปเลือดของพ่อกับแม่เข้ากันหรือไม่ นอกจากนี้ยังต้องตรวจเช็กความเข้มของเลือดร่วมด้วย เพราะในช่วงตั้งครรภ์คุณแม่จะมีภาวะซีดสูงกว่าปกติ   3) ตรวจสอบหาเชื้อและภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบชนิดบี ซึ่งจะส่งผลต่อการมีลูกในอนาคตได้   4) ตรวจหาภูมิคุ้มกันของหัดเยอรมัน เพราะถ้าหากคุณแม่เป็นหัดเยอรมันตอนตั้งครรภ์ เด็กในครรภ์ก็จะมีความเสี่ยงที่จะพิการหรือตัวคุณแม่เองก็มีโอกาสแท้งได้สูงมากเช่นกัน   5) .ตรวจสุขภาพฟัน เพราะการมีฟันผุและเหงือกติดเชื้อสามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อเด็กในครรภ์ได้   ไม่เพียงแค่การตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์เท่านั้น การคุ้มครองสุขภาพก็สำคัญเช่นกัน เพราะทุกคู่ต้องการความคุ้มครองสุขภาพที่ดี รวมไปถึงในเวลาตั้งครรภ์ด้วยเช่นกัน ให้ เอ็ทน่า ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันสุขภาพ ดูแลคุณและคนที่คุณรัก ด้วยแผนประกันสุขภาพที่หลากหลายและเหมาะสม และยังรวมไปถึงการวางแผนคุ้มครองลูกในอนาคต เพราะเอ็ทน่า รันประกันตั้งแต่อายุ 15 วันเป็นต้นไป และยังประหยัดค่าเบี้ยได้อีกเมื่อสมัครเป็นครอบครัวตั้งแต่สองท่านขึ้นไป พร้อมบริการ แอปพลิเคชัน vHealth ปรึกษาแพทย์บนมือถือด้วยวิดีโอคอล พร้อมฟรีบริการจัดส่งยาถึงบ้าน ลดเสี่ยงเลี่ยงสัมผัส ทำให้ครอบครัวคุณปลอดภัยแน่นอน   คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ หรือโทรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเรา 022328555   ข้อมูลจาก https://medthai.com/เตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์/ https://www.paolohospital.com/th-TH/chokchai4/Article/Details/บทความตรวจสุขภาพ/เตรียมตัวจะมีลูก…--ว่าที่คุณแม่--ต้องตรวจอะไรบ้าง-
    3 เรื่องต้องรู้! ก่อน "ซื้อประกันสุขภาพ" ให้กับตัวเอง

    3 เรื่องต้องรู้! ก่อน "ซื้อประกันสุขภาพ" ให้กับตัวเอง

    ในยุคที่ความไม่แน่นอนสามารถเกิดขึ้นกับชีวิตเราได้ตลอดเวลาแบบนี้ การตัดสินใจซื้อประกันสุขภาพอาจเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า และสามารถสร้างความอุ่นใจให้กับคุณได้มากกว่ากว่าที่คิด แต่ด้วยความหลากหลายของแผนประกัน และเงื่อนไขที่แตกต่างกันออกไป อาจทำให้หลายคนรู้สึกสงสัยหรือกังวลใจว่าเราควรเลือกแผนประกันสุขภาพให้กับตัวเองจะต้องพิจารณาจากอะไรบ้าง   หากคุณคือคนหนึ่งที่กำลังมีความสงสัยนี้อยู่ในใจ เอ็ทน่า มีคำแนะนำเบื้องต้น ในการเลือกแผนประกันสุขภาพเพื่อตอบโจทย์ความคุ้มครองที่คุ้มที่คุณต้องการมากที่สุดมาฝากกัน   1) ตรวจเช็คสุขภาพ และประวัติโรคร้ายของคนในครอบครัวที่อาจส่งต่อมาถึงเราได้ทางพันธุกรรม เช่น โรคมะเร็ง เบาหวาน หรือโรคร้ายแรงต่างๆ หากพบว่าคุณเองก็มีความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคกลุ่มนี้ ควรเลือกซื้อประกันสุขภาพ หรือทำประกันเกี่ยวกับโรคร้ายแรงติดตัวไว้สักกรมธรรม์ เพื่อความอุ่นใจ และเพิ่มความคุ้มครองเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพเฉพาะด้านได้   2) พิจารณาจากอายุและไลฟ์สไตล์ของตัวเองเป็นหลัก เพราะปัจจัยเหล่านี้ทำให้ตัวเราเองมีความเสี่ยงด้านสุขภาพที่แตกต่างจากคนอื่นด้วย ดังนั้นควรลองเช็ครายละเอียดเหล่านี้ให้ครบถ้วน แล้วเทียบกับแผนประกันทั้งหลาย เพื่อค้นหาว่าตัวเองว่าเหมาะกับแผนประกันตัวไหนมากที่สุด ทั้งความคุ้มครองและค่าเบี้ย ซึ่งจะช่วยให้คุณมีความสบายใจกับการใช้ชีวิตได้มากยิ่งขึ้น 3) ควรเลือกเบี้ยประกันที่เหมาะสม จ่ายไหว และมีเงื่อนไขที่ยอมรับได้ เพราะการชำระเบี้ยประกันสุขภาพนับเป็นภาระค่าใช้จ่ายระยะยาว ดังนั้นจึงควรมีการวางแผนให้ดี เพราะถึงเราจะเจอแผนประกันที่ให้การคุ้มครองดีมาก แต่ก็มีค่าใช้จ่ายสูง ก็อาจสร้างภาระในอนาคตให้เราได้ จึงควรมองการณ์ไกลด้วยว่าสามารถจ่ายเบี้ยได้ไหวในระดับไหน ที่สำคัญควรพิจารณาถึงความเสี่ยงตามอายุที่เพิ่มขึ้นด้วย เพื่อเตรียมซื้อประกันสุขภาพที่ให้การความคุ้มครองเหมาะสมกว่า หรือหากแผนประกันสามารถปรับเปลี่ยนได้ ก็ถือว่ามีความน่าสนใจไม่น้อยเช่นกัน   นี่เป็นเพียงคำแนะนำเบื้องต้นในการซื้อแผนประกันสุขภาพเท่านั้น และยังมีรายละเอียดอื่นๆ อีกมากที่ควรต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจมีกรมธรรม์เป็นของตัวเอง แต่ถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่าควรจะต้องซื้อแผนประกันแบบไหนดี ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันสุขภาพจาก เอ็ทน่า ช่วยนำเสนอและมอบคุ้มครองที่คุ้มค่าและเหมาะสมที่สุดกับคุณ และทันสมัยเข้ากับยุค New Normal ด้วย แอปพลิเคชัน vHealth ที่ให้คุณปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญผ่านมือถือของคุณ พร้อมฟรีจัดส่งยาถึงบ้าน สะดวกสบายแบบนี้เฉพาะสมาชิกเอ็ทน่าเท่านั้น คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ หรือโทรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเรา 022328555
    Safe SEX กระชับพื้นที่ความรักอย่างไร ให้ปลอดภัยไร้กังวล

    Safe SEX กระชับพื้นที่ความรักอย่างไร ให้ปลอดภัยไร้กังวล

    แม้หลายคนจะคิดว่า Safe SEX is No SEX แต่ในยุคสมัยที่สังคมมีความเปิดกว้างขึ้น การห้ามอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดอีกต่อไป  และในห้วงบรรยากาศเดือนแห่งความรักแบบนี้ เชื่อว่าหลายคนคงตั้งใจที่จะมอบความรัก ความใส่ใจ และมองหาโอกาสที่จะกระชับความสัมพันธ์ของคนสองคนให้แนบแน่นยิ่งขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีคนอีกไม่น้อยที่มีค่านิยมผิดๆ เกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ และทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา ตั้งแต่ปัญหาสุขภาพทางเพศ ไปจนถึงการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม   แล้วจะมีเซ็กส์อย่างไรให้ปลอดภัย? วันนี้เรามาทำความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกับการ Safe SEX ก่อนที่จะไปเริ่มบรรเลงเพลงรักอย่างมั่นใจในแบบที่คุณต้องการ   ถุงยางอนามัย   อย่างที่เราคงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าการใช้ถุงยางอนามัยนั้นเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดในการมีเพศสัมพันธ์ เพราะนอกจากจะป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมได้แล้ว ยังลดความเสี่ยงการติดโรคทางเพศสัมพันธ์ได้สูงถึง 5 เท่า อีกทั้งในสมัยนี้ ถุงยางอนามัยยังพัฒนาให้มีความบางยิ่งขึ้น เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งานอีกด้วย   ยาคุมกำเนิดชนิดเม็ด   เป็นอีกตัวช่วยที่หลายคนนิยมใช้กันมาก เพราะสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้เป็นอย่างดี แต่ถึงอย่างนั้นยาชนิดนี้ก็ไม่มีส่วนในการป้องกันโรคอย่างใด ฉะนั้นอย่าลืมใช้ถุงยางทุกครั้ง แม้ว่าจะกินยาคุมก็ตาม ตรวจเลือดเพื่อความมั่นใจ   แม้เราจะไว้ใจในตัวเองและคู่รักมากแค่ไหน แต่การตรวจเลือดก่อนมีเพศสัมพันธ์ก็เป็นวิธีที่สามารถสร้างความมั่นใจ และช่วยให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งการตรวจเลือดนั้นสามารถหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่าง โรคเอดส์ โรคซิฟิลิส หรือโรคไวรัสตับอักเสบชนิดบีได้ และสามารถตรวจได้ตามโรงพยาบาลทั่วไปอีกด้วย   ฝังยาคุมกำเนิด   เป็นวิธีที่มีมานานแล้ว แต่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไร เนื่องจากทำให้บางคนรู้สึกไม่สบายตัวในบริเวณที่ถูกฝังด้วย แต่ขณะเดียวกัน วิธีนี้ก็มีประสิทธิภาพสูงมากในการคุมกำเนิด จนมีโอกาสเพียง 0.05% เท่านั้นที่พลาดตั้งครรภ์ และแน่นอนว่าควรใช้ถุงยางควบคู่กันทุกครั้งเพื่อป้องกันการติดโรคทางเพศสัมพันธ์   นอกจากนี้เพื่อเป็นการลดปัญหาการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จึงมีนโยบายให้วัยรุ่นที่อายุต่ำกว่า 20 ปี สามารถฝังยาคุมกำเนิดและห่วงอนามัยได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย   ทั้งนี้ การรักเดียวใจเดียวต่อคู่รักยังช่วยลดความเสี่ยงในการติดโรคทางเพศสัมพันธ์ ทำให้ชีวิตคู่มีความสุขราบรื่น และถือเป็นของขวัญที่ดีที่สุดของชีวิตคู่อีกด้วย   สุดท้ายนี้ นอกจากการดูแลกันและกันให้มีความสุขเสมอแล้ว การทำประกันสุขภาพยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลสุขภาพด้วย ให้เอ็ทน่า ผู้เชียวชาญด้านประกันสุขภาพ ดูแลคุณและคนที่คุณรัก ด้วยแผนประกันสุขภาพที่มีให้เลือกตรงกับความต้องการ พิเศษ! ประหยัดค่าเบี้ยได้มากขึ้นเมื่อสมัครเป็นครอบครัวตั้งแต่สองคนขึ้นไป รวมถึงได้รับบริการใช้งาน แอปพลิเคชัน vHealth ปรึกษาแพทย์บนมือถือด้วยวิดีโอคอล พร้อมฟรีบริการจัดส่งยาถึงบ้าน ลดเสี่ยงเลี่ยงสัมผัส คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ หรือโทรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเรา 022328555 ข้อมูลจาก https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=17031&deptcode=brc&news_views=2504 https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/infographic/sex-ต้อง-safe-ถุงยางอนามัย-ป้องก/ http://buddystation.ddc.moph.go.th/safe-sex/
    ต้องรับมืออย่างไร? เมื่อไทยกำลังกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society)

    ต้องรับมืออย่างไร? เมื่อไทยกำลังกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society)

    Aging Society คำนี้อาจจะไม่คุ้นหูคนไทยสักเท่าไหร่ แต่ถ้าพูดถึงเรื่อง "สังคมผู้สูงอายุ" ล่ะก็ เชื่อว่าหลายต้องร้อง อ๋อ เป็นเรื่องเดียวกันแน่ๆ เพราะหากใครที่ติดตามข่าวสารต่างประเทศอยู่เป็นประจำ คงจะทราบดีว่ามีหลายประเทศในโลกที่กำลังกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุไปแล้ว และเชื่อหรือไม่ว่า...ในอีกไม่นาน สังคมไทยก็กำลังจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุด้วยเช่นกัน ถึงจะฟังดูไม่น่าเชื่อ แต่จากข้อมูลของ องค์การสหประชาชาติ (UN) ในปี พ.ศ.2564 ทีผ่านมา พบว่าประเทศไทยมีประชากรที่อายุ 65 ปีขึ้นไปอยู่ประมาณ 9 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 12.8% จากประชากรทั้งหมด ในขณะที่นิยามของสังคมผู้สูงอายุนั้น หมายถึง จำนวนประชากรที่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไปมากกว่า 7% เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรทั้งประเทศ นั่นทำให้ประเทศไทยมีสัดส่วนประชากรสูงอายุต่อประชากรทั้งหมดมากเป็นอันดับ 2 ในอาเซียน จะเป็นรองก็เพียงสิงคโปร์เท่านั้น และมีการคาดการณ์ว่าในปี พ.ศ. 2565 ไทยอาจมีประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเป็น14% ของประชากรทั้งหมด มาถึงตรงนี้ หลายคนอาจมีคำถามว่าทำไมไทยถึงกำลังเดินเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุได้ คำตอบที่ดูจะชัดเจนและเป็นเหตุเป็นผลที่สุด นั่นคืออัตราการเกิดของคนไทยนั้นมีแนวโน้มลดต่ำลงมาอย่างต่อเนื่อง เพราะการที่คนแต่งงานกันช้าลง และความต้องการมีบุตรของแต่ละครอบครัวนั้นลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับค่านิยมในสมัยก่อน ด้วยปัจจัยเหล่านี้เอง ทำให้มีการคาดการณ์เพิ่มเติมว่า ประเทศไทยน่าจะขยับขึ้นเป็นสังคมสูงอายุแบบสูงสุด (Hyper Aged Society) หรือมีสัดส่วนประชากรสูงอายุมากกว่า 20% ของประชากรทั้งหมดในเวลาเพียง 9 ปี ซึ่งนับว่าเป็นอัตราที่รวดเร็วกว่าประเทศญี่ปุ่นที่ใช้ระยะเวลา 11 ปี หากรู้ตัวว่ากำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแบบนี้ แล้วเราจะเตรียมตัวรับมืออย่างไรได้บ้าง   1) การขยายอายุเกษียณ เพื่อเพิ่มจำนวนคนวัยทำงาน ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ ซึ่งสิงคโปร์ได้เพิ่มอายุเกษียณจาก 65 เป็น 67 ปี และเกาหลีใต้จะขยายอายุเกษียณจาก 55 เป็น 60 ปี ส่วนจะให้ผู้สูงอายุทำงานได้จนถึงอายุ 65 ปี จากเดิมที่ 62 ปี ส่วนของไทยอยู่ระหว่างการเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ขยายอายุเกษียณของแรงงานในสถานประกอบการจาก 55 เป็น 60 ปี 2) สนับสนุนให้บริษัทจ้างงานผู้สูงอายุ เพื่อเป็นการช่วยสร้างงานและเพิ่มรายได้ให้กับผู้สูงอายุ โดยรัฐบาลสิงคโปร์ให้เงินสนับสนุนแก่บริษัทที่จ้างผู้สูงอายุให้ทำงานต่อ (Special Employment Credit) โดยมีเงื่อนไขว่าลูกจ้างต้องเข้าร่วมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Central Provident Fund) เท่านั้น 3) เพิ่มทักษะและการจัดหางานให้เหมาะสมกับแรงงาน จะช่วยเพิ่มความสามารถในการหารายได้ และยกระดับผลิตภาพของแรงงานในระยะยาว ซึ่งทำได้ทั้งการศึกษาในระบบและนอกระบบตลอดช่วงอายุ   4) พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของผู้สูงอายุ รวมถึงการจัดสรรรายได้และรายจ่ายอย่างสมดุล โดยเฉพาะรายได้หลังวัยเกษียณ ผ่านการตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตให้กับผู้สูงอายุ   นี่เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนของการเตรียมตัวเองให้พร้อมสำหรับสังคมผู้สูงอายุที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต และถ้าคุณอยากรู้จะดูแลตัวเองในช่วงบั้นปลายชีวิตอย่างไรให้มีความสุขได้บ้าง คลิกอ่านข้อมูลที่นี่   และนอกจากการเตรียมรับมือของภาครัฐและเอกชนแล้ว ตัวเราเองก็สามารถเตรียมตัวรับมือได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะด้วยการเก็บออมเงิน หรือลงทุนให้มี Passive Income เป็นรายได้ระยะยาว รวมถึงการทำประกันสุขภาพเพื่อรองรับกับอาการเจ็บป่วยสำหรับผู้สูงอายุในอนาคต โดย ประกันสุขภาพของเอ็ทน่า สามารถต่ออายุได้ตลอดชีวิต* พร้อมแผนประกันที่หลากหลาย จึงวางใจได้ว่าบั้นปลายชีวิตของคุณจะได้รับความคุ้มครองและมั่นคงแน่นอน อีกทั้งยังมีบริการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางโทรศัพท์หรือวีดิโอคอล ผ่านแอปพลิเคชัน vHealth เพื่อทำให้คุณสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น   คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติม www.aetna.co.th/individual-health-insurance หรือโทรหาผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่ 022328555     *ผู้ได้รับความคุ้มครองจะได้รับสิทธิในการต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัยไปตลอดชีวิต ภายใต้เงื่อนไขการชำระเบี้ยประกันภัยต่อเนื่องทุกปี สำหรับผู้เอาประกันภัยที่มีความคุ้มครองก่อนอายุ 60 ปี   ข้อมูลจาก https://www.dop.go.th/th/know/15/926 https://themomentum.co/happy-life-aging-society/ https://brandinside.asia/aging-society-challege-for-thailand/
    "นอนไม่หลับ" ปัญหาสุขภาพที่คนยุคใหม่กำลังเผชิญ

    "นอนไม่หลับ" ปัญหาสุขภาพที่คนยุคใหม่กำลังเผชิญ

    เราคงทราบกันดีว่า การนอนนั้นถือเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุดสำหรับคนเรา แต่เชื่อหรือไม่ว่า มีคนทั่วโลกจำนวนมากที่ประสบปัญหาเรื่องการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ และจากข้อมูลของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เมื่อปี พ.ศ. 2563 พบว่า คนไทยกว่า 19 ล้านคนมีอาการนอนไม่หลับหรือหลับยากอีกด้วย   อะไรเป็นสาเหตุให้คนนอนไม่หลับ และอาการเหล่านี้ส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างไรบ้าง วันนี้เราจะมาหาคำตอบในเรื่องนี้กัน   แม้หลายคนจะเชื่อว่าปัญหาเรื่องการนอนมักพบในคนวัยทำงานที่มีเรื่องให้ต้องคิดในแต่ละวันค่อนข้างมาก แต่ความจริงแล้วอาการนอนไม่หลับนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกช่วงอายุ แต่จะพบว่าในผู้หญิงและกลุ่มผู้สูงอายุ โดยส่วนมากจะมีอาการนอนไม่หลับ 1 หรือ 2 คืนติดต่อกัน หรือในบางรายอาจเกิดขึ้นนานติดต่อกันหลายสัปดาห์   จากข้อมูลของ กรมการแพทย์ ได้ระบุถึงอาการนอนไม่หลับเอาไว้ 2 กรณีด้วยกันคือ   1) โรคนอนไม่หลับจากปัญหาการปรับตัว   อาการนี้เกิดจากความตื่นเต้นหรือความเครียด เช่น คืนก่อนเปิดเทอม ก่อนมีการประชุมนัดสำคัญ หรืออาจเกิดจากปัญหาทะเลาะเบาะแว้งในครอบครัว จนทำให้รู้สึกหลับยากหรือหลับไม่สนิท พลิกตัวบ่อย หรือตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วนอนต่อไม่ได้ แต่อาการนี้จะเกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น และสามารถหายไปเองได้ หรืออาจแก้ไขให้นอนหลับง่ายขึ้นด้วยการออกกำลังกาย หรือเข้านอนก่อนเวลา ก็จะสามารถกลับมานอนหลับอย่างปกติได้ ทำความรู้จักกับความเครียดเพราะการปรับตัวเพิ่มเติมได้ที่ - ความเครียด 5 ประการ สำหรับผู้ที่ต้อง 'ไปอยู่ต่างถิ่น ไปทำงานต่างแดน'   2) โรคนอนไม่หลับเรื้อรัง   หลายคนอาจโทษว่าอาการนอนไม่หลับประเภทนี้เกิดจากความกังวลจนทำให้นอนไม่หลับ แต่จากการศึกษาของ American Academy of Sleep Medicine พบว่าผู้ป่วยโรคนอนไม่หลับประเภทนี้ อาจมีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ หรือการทำงานของกล้ามเนื้อที่ผิดปกติในขณะนอนหลับ ซึ่งโดยปกติแล้วจะไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการออกกำลังกาย หรือเข้านอนให้เร็วขึ้น แต่จำเป็นต้องพึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการหาสาเหตุและแก้ไข โดยเฉพาะในรายที่มีอาการนอนไม่หลับต่อเนื่องนานกว่า 3 เดือนขึ้นไป   แม้จะฟังดูไม่ใช่เรื่องใหญ่ และปัจจุบันก็สามารถแก้ไขปัญหาการนอนไม่หลับได้หลายวิธีก็ตาม แต่การปล่อยให้ตัวเองอดนอนบ่อยๆ หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็จะส่งผลเสียต่อระบบต่างๆ ภายในร่างกายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเรื่องความดันโลหิตสูง และระบบหลอดเลือดหัวใจ รวมไปถึงระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่จะอ่อนแอลง จนทำให้ป่วยง่าย และหายจากโรคต่างๆ ได้ช้า ส่วนในเด็กนั้น การนอนหลับยากจะส่งผลต่อการเจริญเติบโต และระบบเผาผลาญของร่างกาย ทำให้กล้ามเนื้อพัฒนาได้ไม่เต็มที่ และยังมีผลต่อสภาพจิตใจและอารมณ์ จนอาจเป็นสาเหตุของภาวะซึมเศร้าได้   หากไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นอย่างไรให้ได้สุขภาพดี งั้นลองมา ไขข้อข้องใจ อะไรคือ 'ดีที่สุด' สำหรับระบบดูแลสุขภาพ ได้ด้วยกัน   ฉะนั้นแล้ว เราจึงไม่ควรมองข้ามการพักผ่อนนอนหลับซึ่งมีความสำคัญไม่แพ้เรื่องการบริโภค หรือการออกกำลังกาย และการทำประกันสุขภาพเอาไว้เพื่อรองรับกับอาการเจ็บป่วยที่คาดไม่ถึง ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้คุณสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอุ่นใจมากขึ้น ถ้าคุณกำลังมองหาประกันสุขภาพจากผู้เชี่ยวชาญ ให้ เอ็ทน่า เคียงข้างเป้าหมายสุขภาพของคุณ และหากมีปัญหาสุขภาพหรือต้องการปรึกษาเพื่อสุขภาพที่ดี ก็สามารถใช้แอปพลิเคชั่น vHealth บริการปรึกษาแพทย์ผ่านแอปฯ บนมือถือคุณ พร้อมฟรีบริการส่งยาถึงบ้าน คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ หรือโทรหาผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่ 022328555   ข้อมูลจาก https://www.dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=30519 https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article/แก้ปัญหาการนอนไม่หลับ-แ/ https://www.rajavithi.go.th/rj/?p=4122
    ภาวะโรคเครียดในเด็ก สัญญาณอันตรายที่พ่อแม่ต้องรู้

    ภาวะโรคเครียดในเด็ก สัญญาณอันตรายที่พ่อแม่ต้องรู้

    เชื่อว่าผู้ใหญ่หลายคนอาจมีความคิดที่ว่า เป็นเด็กเป็นเล็กจะมีเรื่องอะไรให้เครียด แค่กินๆ นอนๆ เรียนๆ เล่นๆ ก็หมดวันแล้ว นั่นก็อาจไม่ใช่ความคิดที่ผิด แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ใช่ความเข้าใจที่ถูกซะทีเดียว เพราะในความเป็นจริงแล้ว ภาวะความเครียดนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ไม่เว้นแม้กระทั่งเด็กเล็กๆ ก็สามารถเกิดภาวะเครียดขึ้นได้เช่นกัน สังเกตได้อย่างไรว่าเด็กกำลังมีภาวะเครียด? เพราะเด็กก็เครียดได้ไม่ต่างจากผู้ใหญ่ แต่สิ่งที่ไม่เหมือนกัน นั่นคือการแสดงออกที่ต่างจากผู้ใหญ่ เนื่องจากวุฒิภาวะและการจัดการตัวเองที่ทำได้ไม่ดีเท่า ทำให้เด็กที่เกิดความเครียดมักจะแสดงออกมามากเท่าที่เขาจะรู้สึกได้ จนอาจถูกมองว่าเป็นพฤติกรรมก้าวร้าวได้ อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ภาวะความเครียดในเด็กจะปะทุจนนำไปสู่พฤติกรรมก้าวร้าวได้นั้น มักจะมีสัญญาณทางอารมณ์บางอย่างเกิดขึ้นกับตัวเด็กก่อน และเป็นสิ่งที่พ่อแม่หรือคนใกล้ตัวต้องจับอาการเหล่านั้นให้ได้ ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วเด็กๆ อาจแสดงอาการล่วงหน้าได้ดังนี้ 1. แสดงความวิตกกังวลออกมาแม้ในสถานการณ์ปกติ 2. ไม่สามารถคลายเครียดได้ แม้จะอยู่ในบรรยากาศที่สนุกสนาน 3. เกิดภาวะความกลัวที่ไม่เคยมีมาก่อนหน้านี้ เช่น กลัวความมืด กลัวคนแปลกหน้า กลัวการอยู่คนเดียว 4. แสดงอาการติดพ่อ ติดแม่มากกว่าปกติ 5. มักจะแสดงความโกรธที่ควบคุมไม่ได้ หรือร้องไห้หนักและถี่มากเมื่อมีสิ่งเร้า 6. ไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมกับครอบครัว หรือทางโรงเรียนได้ ซึ่งนั่นเป็นสัญญาณบางส่วนที่ช่วยให้พ่อแม่สามารถรับรู้ความผิดปกติของลูกน้อยได้ และบางครั้งก้สามารถนำมาปรับใช้กับคนใกล้คนที่อยู่ในวัยอื่นหรือกระทั่งตัวเองก็ได้เช่นกัน หรือหากใครไม่แน่ใจว่าจะมีวิธีอื่นอีกหรือไม่นั้น เราลองมารู้เท่าทันความเครียดของตัวเองกันสักนิด คลิกอ่านเลย จะทำอย่างไร เพื่อช่วยให้เด็กหรือลูกของคุณหลุดจากภาวะเครียด 1. เสริมสร้างทัศนคติเชิงบวก ด้วยการทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัวให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารอย่างพร้อมหน้า ดูหนังด้วยกันทั้งครอบครัว เพื่อให้ลูกได้มีเวลาอยู่กับพ่อแม่มากขึ้น และกล้าที่จะเปิดใจเล่าปัญหาต่างๆ กับพ่อแม่เพื่อช่วยบรรเทาและช่วยป้องกันความเครียด 2. ฝึกการเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็ก เนื่องจากเด็กๆ มักเลียนแบบพฤติกรรมของผู้ใหญ่ ดังนั้นการที่ผู้ปกครองสามารถจัดการกับความเครียด และระมัดระวังการแสดงบางอย่าง เช่น การตะคอก ขว้างการปาข้าวของ หรือการทำร้ายร่างกายกัน นอกจากจะเลี่ยงการเกิดพฤติกรรมเลียนแบบแล้ว ยังช่วยลดความเครียดให้กับเด็กได้อีกด้วย 3. รับฟังปัญหาของลูกด้วยความเข้าใจ จะช่วยทำให้ลูกรู้สึกสบายใจมากขึ้น และเมื่อพ่อแม่รับรู้ปัญหา ก็จะสามารถแนะนำแนวทางในการแก้ปัญหาให้ลูกได้ถูกจุดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัญหาภาวะเครียดของเด็กแต่ละคนก็มีความรุนแรงของอาการไม่เท่ากัน และในบางครั้งอาจต้องขอความช่วยเหลือจากแพทย์เฉพาะทาง เช่นอาการดังต่อไปนี้   1. เริ่มมีพฤติกรรมแยกตัวจากสังคม หรือแสดงอาการของภาวะซึมเศร้าร่วมด้วย 2. เริ่มมีปัญหากับเพื่อนที่โรงเรียน หรือการมีปฏิสัมพันธ์กับคนในครอบครัวแย่ลง 3. ไม่สามารถควบคุมความโกรธของตนเองได้ และปลดปล่อยออกมาโดยไม่มีใครห้ามได้   นอกจาก การตรวจเช็คสุขภาพจิตแล้ว การตรวจสอบความพร้อมของสุขภาพร่างกายก็เป็นเรื่องสำคัญทั้งสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ และแม้จะฟังดูเป็นเรื่องซับซ้อน และก็มีวิธีที่ช่วยให้เราสามารถตรวจสอบร่างกายของตัวเองได้ง่ายๆ จากที่บ้านเช่นกัน ลองอ่านวิธีได้ คลิกที่นี่   สุดท้ายนี้ นอกจากการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจของบุตรหลานอย่างใกล้ชิดแล้ว การทำประกันสุขภาพสำหรับเด็ก ก็เป็นตัวเลือกในการคุ้มครองและดูแลพวกเขาได้อีกทาง หากคุณกำลังมองหาประกันสุขภาพจากผู้เชี่ยวชาญ  เอ็ทน่า มีแผนประกันสุขภาพที่เหมาะกับทุกวัย เริ่มต้นคุ้มครองได้ตั้งแต่ 15 วัน พร้อมบริการ แอปพลิเคชั่น vHealth บริการปรึกษาแพทย์ผ่านแอปฯ บนมือถือคุณ พร้อมฟรีบริการส่งยาถึงบ้าน ดังนั้นจึงไม่ต้องออกไปเสี่ยงเลี่ยงสัมผัส คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ หรือโทร 022328555   ข้อมูลจาก https://www.dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=30157 https://www.pobpad.com/โรคซึมเศร้าในเด็ก-กับสัญญาณสำคัญที่ผู้ใหญ่ควรตระหนัก https:/www.vichaiyut.com/th/health/informations/พ่อแม่เข้ม-เด็กเครียด
    ความปลอดภัยบนท้องถนน เริ่มต้นได้ที่ตัวเอง

    ความปลอดภัยบนท้องถนน เริ่มต้นได้ที่ตัวเอง

    กลับมาเป็นประเด็นให้พูดถึงกันในสังคมอย่างกว้างขวางอีกครั้ง สำหรับเรื่องราวความปลอดภัยบนท้องถนน ที่แม้จะมีการรณรงค์มาอย่างยาวนาน แต่ด้วยความที่บนท้องถนนทุกวันนี้ กลับเต็มไปด้วยยานพาหนะต่างๆ มากมาย จึงไม่แปลกหากเกิดอุบัติเหตุได้ตลอดเวลา ทั้งจากความประมาทของตัวเราเอง และของผู้อื่น   จากรายงานด้านสถิติเกี่ยวกับอุบัติเหตุบนถนน ที่เกิดขึ้นทั้งบนถนนทางหลวง ทางหลวงชนบท และทางด่วน ของปี 2563 (ตลอดทั้งปี) และปี 2564 (ช่วงม.ค. - มิ.ย.64) ซึ่งเผยแพร่โดยกระทรวงคมนาคม ที่เก็บข้อมูลจากระบบ MOT DATA CATALOG ปี 2563 - 2564 พบว่ามีอุบัติเหตุบนถนนเกิดขึ้นทั้งหมด 32,190 ครั้ง โดยแบ่งเป็นปี 2563 จำนวน 21,052 ครั้ง และปี 2564 จำนวน 11,138 ครั้ง   นอกจากนี้ยังมีรายงานถึงประเภทของรถ ที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนมากที่สุด 6 อันดับ ประกอบด้วย 1) รถปิคอัพบรรทุก 4 ล้อ คิดเป็น 37% 2) รถส่วนบุคคล-รถสาธารณะ คิดเป็น 27% 3) รถจักรยานยนต์ คิดเป็น 20% 4) รถบรรทุกมากกว่า 10 ล้อ คิดเป็น 8% 5) รถบรรทุก 6 ล้อ คิดเป็น 6% 6) รถตู้ คิดเป็น 2%   เห็นอย่างนี้แล้ว เชื่อว่าหลายคนคงรู้สึกกังวลที่จะต้องออกไปเผชิญชีวิตบนอยู่ไม่น้อย แต่ทุกปัญหาย่อมมีทางออก เพราะถึงแม้เราจะไม่สามารถปรับทัศนคติของคนในสังคมทั้งหมดแล้ว แต่เราสามารถเริ่มต้นสิ่งเหล่านี้ด้วยตัวเองได้ ด้วยขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้   1) คาดเข็มขัดนิรภัยทั้งคนขับและผู้โดยสารตลาดเวลาขณะเดินทาง 2) คนขับรถไม่ควรขับจี้หรืออยู่ใกล้รถคันหน้ามากเกินไป และควรเว้นระยะห่างเพื่อเบรกอยู่เสมอ 3) ไม่ควรขับรถเมื่อสภาพร่างกายไม่พร้อม อาทิ ง่วงนอน อ่อนเพลีย หรือกำลังมึนเมา 4) คนเดินถนนควรข้ามในจุดที่กำหนด ขณะเดียวกันคนขับรถก็ควรเคารพ และให้ความสำคัญกับกฎหมายจราจรอย่างเคร่ดครัด 5) น้ำใจบนท้องถนนอาจหายาก แต่ก็สามารถเริ่มต้นจากตัวเราเองได้ เช่นการชะลอความเร็วเมื่อเห็นคนกำลังจะข้ามทางม้าลาย   นอกจากการระมัดระวังตัวเอง และเคารพกฎระเบียบต่างๆ บนท้องถนนแล้ว การซื้อประกันเพื่อคุ้มครองค่ารักษาที่อาจเกิดขึ้นได้แบบไม่ทันตั้งตัว จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในยุคนี้ ด้วยแผนประกันสุขภาพของเอ็ทน่า ยังรวมถึงประกันอุบัติเหตุไว้ จึงหมดกังวลเรื่องความคุ้มครอง และยังสามารถปรับเปลี่ยนหรือซื้อความคุ้มครองเพิ่มได้ตามต้องการ อีกทั้งยังมีบริการ แอปพลิเคชัน vHealth ปรึกษาแพทย์บนมือถือคุณได้เลย พร้อมฟรีบริการส่งยาถึงบ้าน ลดเสี่ยงออกไปเกิดอุบัติเหตุข้างนอกได้ คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ หรือโทร 022328555   ข้อมูลจาก http://www.accident.or.th/phocadownloadpap/บทความคน%20รู้สถานการณ์เข้าช่วยเหลือได้ถูกวิธี.pdf https://www.autospinn.com/2020/04/5-things-to-do-for-road-safety-78278 https://www.tnnthailand.com/news/social/102833/
    ​Why health insurance takes the burden off loved ones when you can't pay the bills

    ​Why health insurance takes the burden off loved ones when you can't pay the bills

    Many expats are confused by what health insurance they should have while living abroad.   Firstly it should be noted that many countries’ healthcare systems will not cover you for accidents and illness suffered abroad.   Or that cover will be terminated once you move out of your home country on more than a holiday basis.   It is also important first of all to recognise the difference between international medical plans and travel insurance - making wrong choices in this regard can have dire consequences.   International health insurance is for people planning to live abroad for an extended period like for expats and retirees.   The coverage offered is comprehensive for emergencies, non-emergencies and chronic care.   Travel insurance is just for short trips and holidays while maintaining your coverage back home in your country of origin. Here are some top reasons why you should consider buying international health insurance while living abroad:   Firstly, as stated above, your home coverage most likely will not cover you abroad.   Even if a country - like Thailand - has schemes for expats to avail themselves of health care - you may need a specific kind of permit to be eligible. Most people will not be eligible so an international plan is vital.   Local plans will most probably not be sufficient to cover you. In addition if you move onto another country it won’t cover you for that. A plan to cover every eventuality and every country is needed.   Many countries require expats to have medical coverage to qualify for visas. This has shown itself to be oh so true in the pandemic.   Many international plans include translation services in their deals. This can be very important in Thailand where you will not want to have to negotiate the tricky local language especially if you are sick.   That could only add to your woes.   While living abroad can be a wonderful and uplifting experience there can also be stressful moments that take a toll on mental health. Many international plans include access to mental health services to assuage this eventuality.   Plans also can cover pre-existing conditions. Ask your insurance provider about this important aspect of care.   Global health insurance can also help you maintain your health in Thailand and other places by covering you for out-patient and wellness modules before more serious complications rear their ugly head.   Prevention is better than cure, as the saying goes.   Finally insurance gives an all important protection and peace of mind.   So vital when moving abroad with all the stresses and new experiences that entails. For more information call us at 022328555
    Plant-based Meat นวัตกรรมอาหารทางเลือก ทานอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ

    Plant-based Meat นวัตกรรมอาหารทางเลือก ทานอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ

    สิ่งที่เราน่าจะเคยเรียนกันมาตั้งแต่เด็ก นั่นคือการรับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่ ทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน เกลือแร่ และวิตามิน เพื่อสุขภาพที่ดีของร่างกาย แต่เนื่องจากแนวโน้มประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะสูงถึง 9.7 พันล้านคนภายในปี 2050 ทำให้เกิดความกังวลในเรื่องความต้องการอาหารอย่างมาก และองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) คาดว่าในช่วงเวลานั้น โลกจะต้องผลิตอาหารเพิ่มขึ้น 70% จากทุกวันนี้ เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการอาหาร โดยเฉพาะความต้องการเนื้อสัตว์ที่จะเพิ่มสูงขึ้นกว่าทุกวันนี้หลายเท่าตัว จากความกังวลนี้เอง ทำให้มีการหาแหล่งอาหารทางเลือกอื่นๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่พุ่งสูงขึ้นเร็วไม่แพ้กัน และหนึ่งในแหล่งอาหารทางเลือกที่ที่ได้รับความสนใจ และเชื่อว่าสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด นั่นคือ Plant-Based Meat หรือ เนื้อสัตว์จากพืช   Plant-Based Meat คืออะไร? พอพูดถึงเนื้อจากพืช หลายคนอาจจะคิดถึง โปรตีนเกษตร แต่ในความจริงแล้ว วัตถุดิบนี้ทำจากพืช 95% (อีก 5% ที่เหลือคือ เห็ด สาหร่าย และสารประกอบอื่นๆ ที่ไม่ใช่เนื้อสัตว์) และผ่านกระบวนการแปรรูปพืชให้มีสัมผัสกับรสชาติใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์มากที่สุด ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในต่างประเทศ และไม่จำกัดอยู่เฉพาะในกลุ่ม Vegan เท่านั้น แต่ยังได้รับความสนใจจากคนทั่วไปอย่างมาก เนื่องจากมีนำวัตถุดิบนี้มาพัฒนาเป็นเมนูที่ทั่วไปคุ้นเคยกันดี อย่างเช่น นักเก็ต ไส้กรอก มีตบอล สเต็ก รวมไปถึงเบอร์เกอร์ด้วย สิ่งที่น่าสนใจนอกเหนือจากการเป็นอาหารทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และสามารถรับประทานได้ทุกคนแล้ว Plant-Based Meat ยังถือเป็นนวัตกรรมอาหารที่ดีต่อโลกใบนี้อีกด้วย เพราะใช้ที่ดินเพื่อการผลิตน้อยกว่าเนื้อสัตว์จริงถึง 47%-99% ใช้น้ำน้อยกว่าเนื้อสัตว์จริง 72%-99% และยังปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่ากระบวนการผลิตเนื้อสัตว์จริง 30%-90% เลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม แม้จะได้มีข้อดีมากมาย แต่สำหรับคนที่คุ้นเคยกับรสชาติของเนื้อสัตว์เป็นอย่างดี ก็สามารถรับรู้ได้ทันทีว่าอาหารตรงหน้านั้นเหมือนผักมากกว่าเนื้อสัตว์ และคงต้องใช้เวลาสักระยะในการทำความคุ้นเคย และถึงจะเป็นเนื้อสัตว์ที่ทำจากพืช แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นอาหารที่ให้พลังงานต่ำ ดังนั้นผู้บริโภคควรศึกษาข้อมูลโภชนาการข้างบรรจุภัณฑ์ว่า เป็นอาหารที่ให้พลังงานเท่าไร มีปริมาณโซเดียมมากน้อยแค่ไหน และไขมันหรือไม่ นอกจากน้ำตาลและไขมันที่ต้องระวังแล้ว ในบางผลิตภัณฑ์ของเนื้อสัตว์ที่ทำจากพืช ก็มีสัดส่วนของน้ำตาลสูงอีกด้วย และแม้จะเป็นรสชาติที่ช่วยรับประทานง่ายขึ้น แต่ผลเสียของความหวานจากน้ำตาลก็เช่นกัน (รู้จักความหวานของน้ำตาลให้มากขึ้น คลิกอ่านที่นี่) ที่สำคัญ แม้ว่าเนื้อสัตว์จากพืชจะเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่อยากได้โปรตีนที่ดีต่อสุขภาพ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าการกินเนื้อสัตว์จากพืชเพียงอย่างเดียวจะได้รับโปรตีนเพียงพอ และยังควรต้องการเลือกกินโปรตีนที่มีประโยชน์จากแหล่งอื่นร่วมด้วย เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่ว และ เต้าหู้ เพื่อให้ร่างกายได้คุณค่าทางสารอาหารที่หลากหลายครบถ้วน และปลอดภัยจากโรคภัยต่างๆ ถ้าคุณอยากว่าเลือกการกินมีผลดีอย่างไรต่อร่างกายบ้าง เรามาทำความรู้จักกับการเลือกกินอย่างฉลาด เพื่อให้ให้ห่างไกลจากโรคมะเร็ง คลิกอ่านที่นี่ นอกจากการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ในสัดส่วนที่สมดุลต่อความต้องการของร่างกายแล้ว การออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ ก็มีส่วนสำคัญต่อการสร้างสุขภาพที่ดีให้ร่างกายเช่นกัน และเพื่อให้คุณสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างสบายใจมากยิ่งขึ้น สร้างสุขภาพที่ดีแล้วก็ต้องสร้างความมั่นคงให้ชีวิตด้วยเหมือนกัน รวมถึงตัวช่วยดีๆ ในการดูแลสุขภาพอย่าง ประกันสุขภาพ จากเอ็ทน่า ที่พร้อมเคียงข้างทุกเป้าหมายสุขภาพของคุณ ด้วยแผนประกันที่หลากหลายและเหมาะสมให้เลือก และยังมีบริการ แอปพลิเคชัน vHealth ปรึกษาแพทย์บนมือถือด้วยวิดีโอคอล พร้อมฟรีบริการจัดส่งยาถึงบ้าน ลดเสี่ยงเลี่ยงสัมผัส เพิ่มความมั่นใจในการดูแลสุขภาพของคุณได้อีกทางหนึ่งแน่นอน คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ หรือ โทรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญประกันสุขภาพเอ็ทน่า 022328555
    Top reasons why YOU need appropriate medical insurance while living in Thailand

    Top reasons why YOU need appropriate medical insurance while living in Thailand

    Many expats are confused by what health insurance they should have while living abroad. Firstly it should be noted that many countries’ healthcare systems will not cover you for accidents and illness suffered abroad. Or that cover will be terminated once you move out of your home country on more than a holiday basis. It is also important first of all to recognise the difference between international medical plans and travel insurance - making wrong choices in this regard can have dire consequences. International health insurance is for people planning to live abroad for an extended period like for expats and retirees. The coverage offered is comprehensive for emergencies, non-emergencies and chronic care. Travel insurance is just for short trips and holidays while maintaining your coverage back home in your country of origin.   Here are some top reasons why you should consider buying international health insurance while living abroad: Firstly, as stated above, your home coverage most likely will not cover you abroad. Even if a country - like Thailand - has schemes for expats to avail themselves of health care - you may need a specific kind of permit to be eligible. Most people will not be eligible so an international plan is vital. Local plans will most probably not be sufficient to cover you. In addition if you move onto another country it won’t cover you for that. A plan to cover every eventuality and every country is needed. Many countries require expats to have medical coverage to qualify for visas. This has shown itself to be oh so true in the pandemic. Many international plans include translation services in their deals. This can be very important in Thailand where you will not want to have to negotiate the tricky local language especially if you are sick. That could only add to your woes. While living abroad can be a wonderful and uplifting experience there can also be stressful moments that take a toll on mental health. Many international plans include access to mental health services to assuage this eventuality. Plans also can cover pre-existing conditions. Ask your insurance provider about this important aspect of care. Global health insurance can also help you maintain your health in Thailand and other places by covering you for out-patient and wellness modules before more serious complications rear their ugly head. Prevention is better than cure, as the saying goes. Finally insurance gives an all important protection and peace of mind. So vital when moving abroad with all the stresses and new experiences that entails.  For more information please call us 022328555