10 เคล็ดลับในการป้องกันและรับมือโรคไข้หวัดใหญ่และไวรัสที่เกิดตามฤดูกาล

    10 เคล็ดลับในการป้องกันและรับมือโรคไข้หวัดใหญ่และไวรัสที่เกิดตามฤดูกาล
    โรคไข้หวัดใหญ่และไวรัสไข้หวัดมีอยู่ทุกที่ ไม่มีใครมีภูมิคุ้มกันที่สมบูรณ์

    หลายประเทศ มักพบโรคไข้หวัดใหญ่ช่วงที่อุณหภูมิลดลงและความชื้นน้อย

    ดังนั้น หากคุณต้องย้ายที่ทำงานไปยังที่ต่างๆ อาจพบว่า โรคไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ในแต่ละภูมิภาคเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ต่างกัน 

    ในซีกโลกเหนือ ฤดูกาลของโรคไข้หวัดใหญ่มักจะเริ่มในเดือนตุลาคม พบมากขึ้นสูงสุดในเดือนธันวาคม และสิ้นสุดในเดือนมีนาคม ในขณะที่ซีกโลกใต้จะพบในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน

    ประเทศในเขตร้อน พบโรคไข้หวัดใหญ่ได้ตลอดทั้งปี แม้ว่าโรคไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่เกิดตามฤดูกาล แต่เราก็อาจจะติดเชื้อได้ทุกเมื่อเช่นกัน จากการศึกษาพบว่า หากคุณมีที่อยู่อาศัยหรือทำงานในเมืองใหญ่ ระยะเวลาของการเกิดโรคไข้หวัดใหญ่จะยาวนานกว่าที่อื่นๆ

    อ่านคำแนะนำเพื่อการป้องกันตัวเองจากโรคไข้หวัดใหญ่และไวรัสที่เกิดตามฤดูกาลต่างๆ จากเอ็ทน่าได้ แต่หากคุณติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัด หรือโรคอื่นๆ ที่มักเกิดช่วงฤดูหนาว คุณสามารถศึกษาข้อมูลในการดูแลตัวเองได้ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

    ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ทุกปี
    1. ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ทุกปี

    เมื่อครั้งที่ พอล ซึ่งเป็นผู้บริหารในบริษัทแห่งหนึ่งต้องย้ายจากประเทศอังกฤษเพื่อไปทำงานยังประเทศสิงคโปร์พร้อมกับครอบครัว พอลไม่มั่นใจว่าต้องฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่หรือไม่ และช่วงนั้นคือฤดูกาลของโรคไข้หวัดใหญ่ในประเทศสิงคโปร์หรือไม่ ในประเทศอังกฤษ บริษัทจ่ายค่าฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้พอลเพราะเขาไม่ได้รับสิทธิ์ฉีดฟรีตามระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ สิงคโปร์เป็นประเทศในเขตร้อนซึ่งโรคไข้หวัดใหญ่เกิดขึ้นได้ตลอดทั้งปี พอลตระหนักว่า เขาและครอบครัวควรได้รับการฉีดวัคซีนดังกล่าว

    คำแนะนำในการฉีดวัคซีนในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกเห็นพ้องต้องกันว่า วัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นวิธีการที่ปลอดภัยและดีที่สุดที่จะช่วยลดโอกาสที่จะติดไวรัสดังกล่าวลงได้

    ประเทศสิงคโปร์ปฏิบัติตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกซึ่งระบุว่า โรคไข้หวัดใหญ่เกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยจะมีอาการหนักในคนบางกลุ่ม อาทิ เด็กเล็ก ผู้หญิงตั้งครรภ์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง หรือผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ซึ่งนับเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อน ที่สมควรได้รับความสำคัญในการเสริมภูมิคุ้มกันก่อนใคร

    เราควรได้รับการเสริมภูมิคุ้มกันทุกปี เนื่องจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการพัฒนาสายพันธุ์ในขณะที่ภูมิคุ้มกันของเราลดลงเรื่อยๆตามกาลเวลา ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการฉีดวัคซีนคือช่วงเริ่มต้นฤดูกาลไข้หวัดใหญ่ หากคุณไม่มั่นใจว่า ช่วงใดคือเวลาที่ดีที่สุดที่จะฉีดวัคซีน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

    การฝึกตัวเองให้มีสุขอนามัยส่วนบุคคลที่ดี
    2. การฝึกตัวเองให้มีสุขอนามัยส่วนบุคคลที่ดี

    ล้างมือบ่อยๆ และกระตุ้นเตือนให้สมาชิกในครอบครัวปฏิบัติเช่นเดียวกัน

    จากการศึกษาพบว่า การล้างมือด้วยสบู่เป็นวิธีการที่ดีที่สุดที่จะลดโอกาสเสี่ยงที่จะติดโรคไข้หวัดและโรคไข้หวัดใหญ่

    เชื้อโรคที่เกิดขึ้นตามฤดูกาลแพร่กระจายโดยละอองฝอยจากการไอจามที่ลอยอยู่ในอากาศและตกลงบนพื้น ซึ่งละอองฝอยนี้จะมีชีวิตอยู่ได้นานถึง 3 วันหากไม่ถูกล้างออกไป ดังนั้นหากไม่สะดวกที่จะล้างมือด้วยสบู่ ก็อาจใช้แอลกอฮอล์เจลได้

    ประเทศในเอเชีย โดยเฉพาะญี่ปุ่นและจีน ประชาชนใส่หน้ากากเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ พอลไม่มั่นใจว่า บริษัทของเขาจะแนะนำให้ปฏิบัติเช่นนี้ด้วยหรือไม่ ซึ่งคนสิงคโปร์ไม่ค่อยปฏิบัติตามกันสักเท่าไหร่

    จากสถานการณ์โควิด-19 รัฐบาลหลายประเทศขอให้ประชาชนใส่หน้ากากในที่สาธารณะ และควรทำความสะอาดอย่างน้อยวันละครั้ง

    นอกจากการฝึกตัวเองให้มีสุขอนามัยส่วนบุคคลที่ดีและฉีดวัคซีนแล้ว เราสามารถให้ร่างกายป้องกันตัวเองจากเชื้อไวรัสได้ด้วยระบบภูมิคุ้มกันโรคที่แข็งแรง 

    การพักผ่อนอย่างเพียงพอ
    3. การพักผ่อนอย่างเพียงพอ

    การพักผ่อนอย่างเพียงพอสามารถช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรคได้ โดยทั่วไปวัยผู้ใหญ่ต้องการการนอนหลับ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน

    รับประทานอาหารให้ครบหมู่
    4. รับประทานอาหารให้ครบหมู่

    รับประทานผักและผลไม้ 5-7 ส่วนทุกวันเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะทำให้สุขภาพดี ผักและผลไม้มีวิตามินและแร่ธาตุที่มีคุณค่า การรับประทานผักและผลไม้ให้เพียงพอในแต่ละมื้อจะช่วยป้องกันการขาดสารอาหารและช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดี อย่างไรก็ตามการรับประทานอาหารครบหมู่อย่างเพียงพอก็ไม่ได้หมายความว่า คุณจะไม่มีทางติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่ เพียงแต่เป็นวิธีการทำให้คุณมีสุขภาพดี จากการศึกษาพบว่า ผักและผลไม้ที่มีกากใยสูงช่วยป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้ด้วย

    การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
    5. การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

    การออกกำลังกายที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ยาก แต่หลายคนก็ออกกำลังกายไม่เพียงพอ ดังนั้นการเพิ่มกิจกรรมในชีวิตประจำวันอาจช่วยได้ เช่น พอล นั่งทำงานทั้งวัน ควรหยุดพักและเปลี่ยนท่าทุก 30 นาที การเดินเร็วเป็นการออกกำลังกายที่ดี : ตั้งเป้าหมายการเดินวันละ 20-30 นาทีช่วงพักเที่ยง หากต้องการออกกำลังกายมากขึ้น ควรเลือกในแบบที่คุณชอบและทำต่อเนื่องหลายๆ สัปดาห์จนกลายเป็นความเคยชิน

    หากมีอาการปวดหลัง ลองเช็คก่อนว่าท่าออกกำลังกายท่าใดไม่ควรทำ คลิกอ่านที่นี่

    การจัดการกับความเครียด
    6. การจัดการกับความเครียด

    การย้ายสถานที่ทำงานไปยังต่างแดน ต้องห่างไกลจากกลุ่มเพื่อน และสัมคมที่คุ้นเคยอาจส่งผลต่อระดับความเครียดได้ เราควรรับรู้สัญญานของความเครียดก่อน จากนั้นก็หาวิธีจัดการกับความเครียดนั้น ซึ่งความเครียดไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดีไปเสียทั้งหมด บางครั้งก็มีประโยชน์ แต่หากเครียดมากไปก็จะทำให้เราเหนื่อยและป่วยได้ เมื่อใดที่คิดว่ากำลังอยู่ในระดับความเครียดที่ต้องจัดการ ควรปรึกษาใครสักคน เช่น สมาชิกในครอบครัว แพทย์ หรือที่ปรึกษาส่วนตัว หากเกิดความเครียดจากงาน ควรปรึกษาหัวหน้า อย่าเก็บเงียบไว้คนเดียว สามารถอ่านเคล็ดลับในการจัดการความเครียด คลิกที่นี่

    ระวังการดื่มแอลกอฮอล์
    7. ระวังการดื่มแอลกอฮอล์

    ดื่มนิดหน่อยเพื่อการผ่อนคลายหลังเลิกงานได้บ้าง แต่อย่าทำจนเป็นนิสัย ควรดูปริมาณขณะดื่มด้วย การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากไม่เพียงแต่ทำลายภูมิคุ้มกันในร่างกาย แต่ยังทำให้เราเจ็บป่วยง่ายขึ้นด้วย อีกทั้งยังรบกวนการนอนซึ่งมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานในวันถัดไปด้วย

    การดูแลตัวเอง
    8. การดูแลตัวเอง

    หากคุณโชคร้ายติดโรคไข้หวัดใหญ่ คุณควรต้องพักจนกว่าจะดีขึ้น หากมีอาการไม่มาก ก็อาจจะไปทำงานได้ แต่หากมีไข้ ควรหยุดพักอยู่ที่บ้าน ไม่ควรไปทำงานที่ออฟฟิศ เราต้องคำนึงถึงผลที่อาจจะเกิดต่อคนอื่นๆ ที่เราอาจจะนำเชื้อโรคไปแพร่ให้เพื่อนร่วมงานได้ และขณะที่พักอยู่บ้าน ควรไอจามใส่กระดาษชำระที่สะอาดและทิ้งขยะให้เรียบร้อย อย่าใช้ผ้าร่วมกับคนในครอบครัวเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโรค

    ถ้าต้องการเช็คตัวเองว่าร่างการเราแข็งแรงหรือป่วยหรือไม่ ง่ายๆ ที่บ้าน คลิกอ่านที่นี่

    การรักษาอาการเจ็บป่วย
    9. การรักษาอาการเจ็บป่วย

    หากมีอาการปวดศีรษะ มีไข้ หรือหนาวสั่น ให้รับประทานยาพาราเซตามอลเพื่อลดไข้และบรรเทาอาการให้ดีขึ้น ปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากยา และอย่ารับประทานยาพาราเซตามอลเกิน 4 เม็ดต่อวัน การพักผ่อนและดื่มน้ำจะช่วยลดอาการได้ ควรดื่มน้ำมากๆ ตลอดวัน หากรู้สึกเพลียก็ควรนอนพัก

    ไม่สบาย ป่วย เจ็บไข้ หาหมอ พบแพทย์
    10. พบแพทย์

    วิธีการรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน ในบางประเทศก็พบแพทย์ตามปกติ ขณะที่ในบางประเทศแพทย์จะแนะนำให้รักษาตัวอยู่ที่บ้าน กรณีที่คุณหรือสมาชิกในครอบครัวติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่และอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดโรคแทรกซ้อน ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์โดยเร็ว

    แพทย์อาจแนะนำให้รับประทานยาแก้อักเสบต้านไข้หวัดภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากเริ่มมีอาการ คนส่วนใหญ่จะหายปกติ แต่บางคนอาจมีอาการแทรกซ้อน หากอาการแย่ลง หรืออาการไม่ดีขึ้นใน 1 สัปดาห์ ควรรีบปรึกษาแพทย์

    ปรึกษาบริษัทที่คุณทำงานอยู่เกี่ยวกับนโยบายการลาป่วย ตลอดจนผลประโยชน์จากแผนประกันสุขภาพและสวัสดิการพนักงาน

    สุดท้ายแล้วก็อย่าลืมคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล หากพลาดป่วยต้องเข้ารักษาตัวขึ้นมา ให้ประกันสุขภาพจากผู้เชี่ยวชาญอย่าง เอ็ทน่า คุ้มครองคุณ โทรปรึกษาเราได้ที่ 022328555 หรือคลิกดูแผนประกันทั้งหมด

    ติดต่อเอ็ทน่า

    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่ 02 232 8666 หรืออีเมล csc@aetna.co.th

    Loading...