ข่าวสารและบทความ

    ค้นหาบทความที่น่าสนใจ

    สุขภาพดีเริ่มต้นได้วันนี้

    ดูทั้งหมด
    ประกันสุขภาพสำคัญแค่ไหน ทำไมคนยุคนี้ถึงต้องมีประกันสุขภาพติดตัวไว้

    ประกันสุขภาพสำคัญแค่ไหน ทำไมคนยุคนี้ถึงต้องมีประกันสุขภาพติดตัวไว้

    ประกันสุขภาพกับความสำคัญ   ยุคสมัยเปลี่ยนไป ปัจจัยการใช้ชีวิตต่างๆ ก็เปลี่ยนตาม โดยเฉพาะเทรนด์เกี่ยวกับสุขภาพ (Wellness) ที่ดูเหมือนคนยุคใหม่จะหันมาใส่ใจและเริ่มลงทุนกับเรื่องนี้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาหาร การใช้ชีวิต ตรรกะความคิด ไปจนถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่ด้วยพฤติกรรมการใช้ชีวิตและความจำเป็นบางประการ ก็ส่งผลให้โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ยังคุกคามและกลายเป็นภาระที่กระทบต่อค่าใช้จ่ายอื่นๆ   มาถึงตรงนี้ เชื่อว่าหลายคนที่มีคำถามว่า “ประกันสุขภาพ” นั้นมีไปเพื่ออะไร และทำไมการทำประกันสุขภาพนั้นเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในยุคสมัยนี้ เอ็ทน่า จะมาไขข้อสงสัยนี้ให้คุณฟังกัน   3 ประโยชน์ของการทำประกันสุขภาพ   1. ช่วยวางแผนค่าใช้จ่ายได้ การทำประกันสุขภาพเอาไว้ แม้จะไม่ได้ใช้ในทันที แต่เมื่อเกิดเจ็บป่วยฉุกเฉินขึ้นมา ก็เหมือน มีตัวช่วยค่ารักษาพยาบาล ทั้งค่าห้อง ค่ายา ค่าแพทย์ หรือจะค่าใช้จ่ายอื่นๆ โดยไม่ต้องกังวลว่าเงินเก็บที่หามาจะหมดไปกับค่ารักษาที่เกิดขึ้น   2. คุณต้องการผู้ช่วยคอยดูแล มากกว่าสวัสดิการ แน่นอนว่าทุกคนมีสวัสดิการสุขภาพขั้นพื้นฐานคอยดูแลอยู่แล้ว และอาจคิดว่าการทำประกันสุขภาพนั้นไม่จำเป็น แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันนั้นเกิดขึ้นได้เสมอ และพร้อมพรากเงินเก็บไปจากเราได้ทุกเมื่อ แถมบางครั้งสวัสดิการที่มีก็อาจไม่เพียงพอ หรือครอบคลุมต่อการรักษา รวมถึงการได้รับบริการที่ดีอีกด้วย ดังนั้นการทำประกันสุขภาพเอาไว้แต่เนิ่นๆ ก็จะช่วยคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลส่วนเกินที่ขาดหายได้ 3. ได้ทั้งการคุ้มครองสุขภาพและการลดหย่อนภาษี หลายคนอาจคิดว่าประกันสุขภาพเป็นเพียงการจ่ายเบี้ยทิ้งเปล่า แต่ ในความจริงแล้ว ประกันจากความคุ้มครองสุขภาพนั้น ไม่เพียงคุ้มครองสุขภาพของเราเท่านั้น แต่ยัง สามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย   มีประกันสุขภาพแล้ว จำเป็นต้องมีประกันโรคร้ายแรงไหม? แค่ชื่อก็ต่างกันแล้ว แน่นอนว่าการคุ้มครองก็ย่อมต่างกันเป็นธรรมดา จึงไม่แปลกที่หลายคนอาจเลือกซื้อประกันแค่แบบใดแบบหนึ่งเท่านั้น เพราะคิดว่าน่าจะครอบคลุมสำหรับเราแล้ว แต่ในความจริงแล้ว ประกันสุขภาพโดยทั่วไปจะไม่รวมไปถึงโรคร้ายแรงอย่าง โรคมะเร็ง ดังนั้นประกันโรคมะเร็งนับเป็นสิ่งที่จำเป็นด้วยเช่นกัน และด้วยราคาเบี้ยไม่สูงจึงควรสมัครเอาไว้ด้วยเช่นกัน ดังนั้น การมีทั้ง ประกันสุขภาพ และ ประกันโรคร้ายแรง ก็ยิ่งช่วยให้คุณเบาใจในการใช้ชีวิต และค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น เพราะไม่มีใครรู้ได้ว่าการเจ็บป่วยหรือโรคร้ายแบบไหนจะเกิดขึ้นกับเราได้เมื่อไรบ้าง หากคุณกำลังมองหา ประกันสุขภาพ และ ประกันโรคร้ายแรง วางใจให้ เอ็ทน่า มอบความคุ้มครองและมั่นคงแน่นอน อีกทั้งยังมีบริการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางโทรศัพท์ หรือวีดิโอคอล ผ่านแอปพลิเคชัน vHealth เพื่อทำให้คุณสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น คลิกดูแผนประกันสุขภาพได้ที่นี่หรือโทรหาผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่ 022328555   ข้อมูลจาก https://www.1213.or.th/th/others/insurances/Pages/medical.aspx https://www.krungsri.com/th/planyourmoney/must-stories/life-plan/why-health-insurance-important https://www.tiba.or.th/ประกันสุขภาพ-สำคัญจริงห/
    6 วิธีง่ายๆ ช่วยเข้าใจและดูแลผู้สูงวัยในครอบครัวได้มากขึ้น

    6 วิธีง่ายๆ ช่วยเข้าใจและดูแลผู้สูงวัยในครอบครัวได้มากขึ้น

    ปัญหาสุขภาพและจิตใจของผู้สูงวัย เมื่ออายุมากขึ้น สิ่งที่ตามมานอกจากปัญหาสุขภาพแล้ว ปัญหาจิตใจก็เป็นอีกสิ่งหนึ่ง ที่มีผลต่อตัวผู้สูงอายุเอง จึงไม่แปลกที่คนในวัยนี้จะต้องการการดูแลเอาใจใส่มากเป็นพิเศษ และผู้ที่มีบทบาทสำคัญในกระบวนการนี้ ก็คงหนีไม่พ้นสมาชิกในครอบครัว ที่ต้องเข้าใจปัญหาต่างๆ เหล่านี้ และดูแลพวกเขาให้ถูกต้องเหมาะสม    แน่นอนว่าขั้นตอนเหล่านี้คงไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้วิธีการที่ถูกต้องได้ วันนี้ เอ็ทน่า จะพาคุณมารู้จักกับวิธีง่ายๆ ในการดูแลผู้สูงอายุ   6 วิธีการเข้าใจปัญหาจิตใจและสุขภาพของผู้สูงอายุ   1. เลือกอาหารให้เหมาะสม ด้วยเป็นวัยที่ร่างกายมีความต้องการใช้พลังงานลดน้อยลง ดังนั้นจึงควรลดการบริโภคอาหารในกลุ่มของแป้ง น้ำตาล และไขมันลง เพื่อลดการสะสมพลังงานที่มากเกินจำเป็นจนเป็นเหตุไปสู่ปัญหาสุขภาพต่างๆ เช่นปัญหาในเรื่องของน้ำหนักตัวที่อาจเกิดขึ้นมาได้ ดังนั้นจึงควรหันไปรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย พลังงานต่ำ และผ่านกรรมวิธีปรุงด้วยการต้ม ลวก นึ่ง แทน   2.  ออกกำลังกายอย่างพอเหมาะ   การออกกำลังกายนั้นเป็นสิ่งสำคัญแม้แต่กับผู้สูงอายุ แต่ผู้ดูแลจำเป็นต้องศึกษาหลักการให้ถูกต้องและค่อยๆ ทำ และไม่ควรให้ผู้สูงอายุออกกำลังกายแบบหักโหมจนเกินไป  และถ้าหากมีโรคประจำตัว ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ   3. อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีมีอากาศบริสุทธิ์ อีกสิ่งที่จะช่วยให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพที่ดีได้ นั่นคือการอยู่อาศัยในสภาพอากาศที่ถ่ายเทง่าย มีอากาศที่สดชื่น ซึ่งจะช่วยให้มีสุขภาพจิตใจดีขึ้น เพราะผู้สูงอายุมักไม่ได้ออกไปไหน หากที่บ้านยังไม่น่าอยู่ ก็จะมีผลต่อสุขภาพของพวกเขาได้   4. หากิจกรรมให้ผู้สูงอายุทำ ผู้สูงอายุมักจะอยู่ติดบ้านมากขึ้น ดังนั้นการหากิจกรรมให้ทำ ออกไปพบปะเพื่อนฝูงและลูกหลาน หรือการให้พวกเขาได้มีโอกาสร่วมตัดสินใจเรื่องต่างๆ กับครอบครัว นอกจากจะแก้เบื่อได้ดีแล้ว ยังเป็นการฝึกความจำและช่วยพัฒนาทักษะความจำ ช่วยให้ผู้สูงวัยลดโอกาสเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้าและความจำเสื่อม   5. เลี่ยงการใช้ยาที่ไม่เหมาะสม ยากับผู้สูงอายุอาจจะเป็นของคู่กัน แต่การรับประทานยาแต่ละครั้งนั้น ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และลูกหลานเองก็ควรจะมีความหูตาไวสักหน่อย เพราะผู้สูงอายุบางท่านอาจมีความรู้ความเข้าใจที่ผิด และอาจซื้อยารับประทานเองหรือรับประทานเกินขนาด จนอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรง รวมถึงอันตรายถึงชีวิตได้   6. หมั่นตรวจสุขภาพประจำปี แม้จะดูแลกันมาอย่างดีแค่ไหน แต่การตรวจสุขภาพประจำปีก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่ควรละเลย สำหรับการดูแลผู้สูงอายุ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงและค้นหาโรคร้ายที่แฝงตัวมาในระยะเริ่มต้น เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง รวมถึงโรคมะเร็ง   นอกจากการดูแลจากคนในครอบครัวแล้ว การทำประกันสุขภาพเพื่อรองรับกับอาการเจ็บป่วยสำหรับผู้สูงอายุก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดย ประกันสุขภาพของเอ็ทน่า สามารถต่ออายุได้ตลอดชีวิต* พร้อมแผนประกันที่หลากหลาย จึงวางใจได้ว่าบั้นปลายชีวิตของคุณจะได้รับความคุ้มครองและมั่นคงแน่นอน อีกทั้งยังมีบริการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางโทรศัพท์หรือวีดิโอคอล ผ่านแอปพลิเคชัน vHealth เพื่อทำให้คุณสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น   คลิกดูแผนประกันสุขภาพได้ที่นี่หรือโทรหาผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่ 022328555   *ผู้ได้รับความคุ้มครองจะได้รับสิทธิในการต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัยไปตลอดชีวิต ภายใต้เงื่อนไขการชำระเบี้ยประกันภัยต่อเนื่องทุกปี สำหรับผู้เอาประกันภัยที่มีความคุ้มครองก่อนอายุ 60 ปี   ข้อมูลจาก https://www.dmh.go.th/news/view.asp?id=2418 https://www.dmh.go.th/news/view.asp?id=2350 https://www.dop.go.th/th/know/15/741
    ทำไมเราจึงควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ก่อนถึงหน้าฝน

    ทำไมเราจึงควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ก่อนถึงหน้าฝน

    วัคซีนไข้หวัดใหญ่   ทั้งสภาพอากาศที่แปรปรวนเปลี่ยนแปลงบ่อย และไหนจะอีกไม่นานก็เข้าสู่ช่วงหน้าฝนแล้ว สิ่งสำคัญที่เราต่างไม่ควรมองข้าม นั่นคือการรับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เพราะถึงแม้ร่างกายจะแข็งแรงแค่ไหน แต่หากละเลยไป เราอาจกลายเป็นเป้านิ่งของไวรัสรอบตัวได้ ดังนั้น คงจะเป็นเรื่องดีกว่า หากร่างกายของเรามีภูมิคุ้มกันจากไวรัสรอบตัวเอาไว้ก่อนแล้ว และแน่นอนว่าวัคซีนไข้หวัดใหญ่นั้นสามารถช่วยคุณได้   โรคไข้หวัดใหญ่ คืออะไร ไข้หวัดใหญ่คือโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย มักพบการระบาดเป็นช่วงๆ โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว เพราะเชื้อเจริญเติบโตได้ดีเป็นอากาศเย็น และมักมีอาการรุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดา และมีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนได้มากกว่า อาการของโรคไข้หวัดใหญ่ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คัดจมูก มีน้ำมูกใสๆ ไอแห้งๆ ในเด็กอาจพบอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วงได้ ทำไมต้องฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ก่อนถึงฤดูฝน ถึงการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่จะสามารถฉีดเมื่อไหร่ก็ได้ แต่การที่จะให้วัคซีนงานได้เต็มประสิทธิภาพ จำเป็นต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือน เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายเกิดภูมิคุ้มกันขึ้นมา นี่คือสาเหตุที่เราควรฉีดวัคซีนก่อนจะเข้าช่วงหน้าฝนที่มีแพร่ระบาดได้ง่าย อีกทั้งในฤดูฝนยังเป็นช่วงที่ไวรัสมักจะเปลี่ยนสายพันธุ์ในทุกปี ด้วยเหตุผลนี้จึงควรรีบรับการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันไวรัสเหล่านี้ไว้ก่อน ประโยชน์ของวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 1. ลดอัตราการป่วยหรือความรุนแรงจากการเป็นไข้หวัดใหญ่ 2. ลดภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นจากการเป็นไข้หวัดใหญ่ 3. ลดการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล 4. ป้องกันการแพร่เชื้อไข้หวัดใหญ่ไปสู่ครอบครัวและบุคคลอื่น 5. ลดการขาดเรียน, ลดการสูญเสียประสิทธิภาพในการเรียน 6. ลดค่าใช้จ่ายและการเสียเวลาของผู้ปกครองในการดูแลบุตรหลานที่เป็นไข้หวัดใหญ่ เห็นได้ว่าไข้หวัดใหญ่อยู่ใกล้ตัวกว่าที่เราคิด โอกาสในการป่วยจากไข้หวัดใหญ่ก็มีค่อนข้างสูง อีกทั้งหน้าฝนก็กำลังเข้ามา เราควรที่จะเตรียมพร้อมก่อนเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับค่ารักษาพยาบาลที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ให้เอ็ทน่า ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันสุขภาพดูแลคุ้มครองค่ารักษาฯ ให้คุณ คลิกดูแผนประกันสุขภาพได้ที่นี่ หรือโทรหาผู้เชี่ยวชาญของเราที่ 022328555   ข้อมูลจาก https://www.petcharavejhospital.com/th/Article/article_detail/virus_with_rainy_season https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301155102208
    ดูแลคนใกล้ตัวอย่างไร เมื่อรู้ว่าป่วยเป็นมะเร็ง

    ดูแลคนใกล้ตัวอย่างไร เมื่อรู้ว่าป่วยเป็นมะเร็ง

    การรู้ตัวว่าป่วยเป็นโรคร้ายแรงอย่างมะเร็งนั้น ไม่เพียงจะสร้างความวิตกกังวล และความเครียดให้กับผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังทำให้คนรอบข้างเกิดความรู้สึกหดหู่ตามไปด้วย จากข้อมูลเมื่อปี พ.ศ 2564 ที่รายงานโดย กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่าปัจจุบันโรคมะเร็งถือเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย และมีแนวโน้มอัตราการเกิดโรคสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่ามีผู้ป่วยโรคมะเร็งรายใหม่ประมาณ 139,206 คนต่อปี และในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิต 84,073 คนต่อปี ซึ่งโรคมะเร็งที่พบมาก 5 อันดับแรกในคนไทย ได้แก่ 1) มะเร็งตับและท่อน้ำดี 2) มะเร็งเต้านม 3) มะเร็งปอด 4) มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก 5) มะเร็งปากมดลูก สำหรับสาเหตุของโรคมะเร็งที่กล่าวมาใน 5 อันดับนั้น กรมควบคุมโรค วินิจฉัยว่าส่วนหนึ่งเกิดจากพฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่ทำให้เกิดความเสี่ยงตามมา เช่น การสูบบุหรี่จัด ดื่มแอลกอฮอล์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน และการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนสารก่อมะเร็ง รวมไปถึงการประกอบอาชีพ หรืออยู่ในสภาพสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเกิดมะเร็ง โดยส่วนใหญ่แล้ว การเกิดมะเร็งนั้นมักมีอาการผิดปกติแบบเรื้อรังเกิดขึ้นกับร่างกาย อาทิ ระบบขับถ่ายเปลี่ยนแปลง เป็นแผลเรื้อรังหายยาก ร่างกายมีก้อนตุ่ม กลืนกินอาหารลำบาก ช่องทวารทั้งหลายมีเลือดไหล ลักษณะของไฝหูดเปลี่ยนไป มีอาการไอและเสียงแหบเรื้อรัง ได้ยินอย่างนี้แล้ว เชื่อว่าหลายคนคงเป็นกังวลอย่างแน่นอน ว่าถ้าเกิดโรคร้ายนี้มาเยือนคนใกล้ตัวจริงๆ นอกจากการรักษาตัวกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้ว เราจะมีวิธีใดอีกบ้างในการรับมือกับปัญหาสุขภาพที่ไม่คาดฝันนี้ วันนี้ เอ็ทน่า มีคำแนะนำดีๆ ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจกับโรคนี้ให้มากขึ้น ด้วยวิธีปฏิบัติตัวเบื้องต้น หากมีคนใกล้ชิดป่วยเป็นมะเร็งในระยะเริ่มต้น เพื่อเพิ่มกำลังใจให้กับเราและผู้ป่วย 1.ยอมรับแล้วก้าวต่อไป ทั้งตัวเราเองและผู้ป่วย ต้องมีกำลังใจ และต้องเข้าใจว่ามันคือเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ยิ่งเกิดความทุกข์ใจ กังวลใจ จะยิ่งทำให้ร่างกายเหนื่อยล้า และทำให้เจ็บป่วยง่ายกว่าเดิม โดยเฉพาะกับผู้ที่มาดูแลต้องมีกำลังใจดีกว่า สามารถให้พลังเชิงบวกกับผู้ป่วยได้ หากคนรอบข้างแสดงความทุกข์ ก็จะยิ่งทำให้คนป่วยทรุดไปด้วย 2. ออกกำลังกาย และทำกิจกรรมร่วมกันสม่ำเสมอ นอกจากจะช่วยลดความเครียดให้กับทั้งผู้ป่วยและคนดูแลแล้ว ยังทำให้ผู้ป่วยรู้สึกไม่โดดเดี่ยว และรู้สึกมีคุณค่ากับตัวเองมากยิ่งขึ้น แต่หากผู้ป่วยมีอาการอ่อนแรงไม่สามารถออกกำลังกายหนักๆ ได้ ควรหากิจกรรมเบาๆ ให้ทำเพื่อไม่ให้ผู้ป่วยนอนติดเตียงหรือนั่งติดเก้าอี้ อาจเป็นการทำงานศิลปะ การเล่นดนตรีง่ายๆ ที่สามารถทำร่วมกับผู้อื่นได้   3. หลีกเลี่ยงสิ่งบั่นทอนสุขภาพ   ทั้งคนดูแลและผู้ป่วยควรเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ เช่น งดหรือเลิกสูบบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่แออัด เพื่อลดอาการแทรกซ้อนต่างๆ โดยเฉพาะผู้ดูแลควรเป็นคนริเร่มในการลดละเลิก เพื่อเสริมกำลังใจให้ผู้ป่วยได้ทำตาม   4. ปรับพฤติกรรมการกินใหม่   หากพบว่าผู้ป่วยรับประทานอาหารได้น้อย ผู้ดูแลสามารถเลือกที่จะลดปริมาณในแต่ละมื้อลง แต่เพิ่มจำนวนมื้อให้บ่อยขึ้น และต้องงดอาหารหวาน เพื่อป้องกันไม่ให้มะเร็งขยายตัว รวมทั้งงดอาหารรสจัดต่างๆ เพื่อไม่ให้เป็นภาระการทำงานของไต หรือถ้าให้ดี ควรมีการเปลี่ยนบรรยากาศการรับประทานอาหาร เช่น ออกไปที่ระเบียงบ้าน หรือกินข้าวในสวน เพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกสดชื่นขึ้น   5. ตั้งเป้าหมายในการมีชีวิต   การมีเป้าหมายร่วมกัน ทั้งผู้ป่วยและคนใกล้ชิด จะทำให้การมีชีวิตอยู่ต่อมีความหมายมากขึ้น ซึ่งนับเป็นการสร้างกำลังใจที่ดีอย่างหนึ่ง และทำให้ผู้ป่วยอยากจะฟื้นฟูตัวเองให้หายเป็นปกติ เพื่อคว้าเอารางวัลที่เรารอคอย แม้มะเร็งจะเป็นโรคที่น่ากลัว และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนจำนวนมาก แต่หากสามารถตรวจพบได้เร็ว และมีความเข้าใจในการรักษาเยียวยา โอกาสที่จะหายจนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติก็เป็นไปได้เช่นกัน รวมทั้งการทำประกันมะเร็งเอาไว้ เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน และช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีในการรับมือกับโรคร้ายแรงนี้   หากคุณกำลังมองหาประกันมะเร็งให้กับตัวเองและคนที่คุณรัก วางใจให้ เอ็ทน่า มอบความคุ้มครองและมั่นคงแน่นอน คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ หรือโทรหาผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่ 022328555 ข้อมูลจาก https://www.posttoday.com/life/healthy/597557  https://www.dms.go.th/Content/Select_Landding_page?contentId=30753 https://www.bangkokpattayahospital.com/th/healthcare-services/oncology-center-th/oncology-articles-th/item/567-living-with-cancer-patients-to-understand-th.html https://www.pptvhd36.com/news/สุขภาพ/162267
    อันตรายจากกีฬาและการออกกำลังกาย ยิ่งสนุก ยิ่งเสี่ยง ยิ่งต้องดูแลตัวเอง

    อันตรายจากกีฬาและการออกกำลังกาย ยิ่งสนุก ยิ่งเสี่ยง ยิ่งต้องดูแลตัวเอง

    การออกกำลังกายและเล่นกีฬาถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง และสามารถเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้ แต่ขณะเดียวกัน หากทำไม่ถูกวิธี ไม่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย หรือสภาพแวดล้อม ก็อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บตามมาได้ ตั้งแต่อาการบาดเจ็บเล็กน้อย ไปจนถึงการบาดเจ็บที่รุนแรงถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิต   เพื่อทำความเข้าใจกับการอาการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้จากการออกกำลังกาย เอ็ทน่า ขอพาทุกคนมารู้จักกับเรื่องใกล้ตัวนี้สักหน่อย เพื่อจะได้เพิ่มความระมัดระวัง และรู้ว่าต้องรับมืออย่างไรหากเกิดปัญหานี้กับตัวเอง การบาดเจ็บจากการออกกำลังกายและเล่นกีฬานั้น โดยทั่วไปจะแบ่งได้จาก 2 สาเหตุด้วยกัน คือ 1. การกระแทกอย่างรวดเร็วและรุนแรง (contact and acute injury) 2. การใช้งานอวัยวะมากเกิน (overused injury) ซึ่งความรุนแรงของอาการจะแตกต่างกันตามกำลังที่ใช้ อัตราความเร็ว ความแข็ง ความอ่อน ความทื่อ หรือคมของสิ่งของที่มากระทบ ทำให้อวัยวะและเนื้อเยื่อได้รับบาดเจ็บซึ่งเป็นอันตรายต่อนักกีฬา ซึ่งบางอาการก็สามารถรักษาด้วยการปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้ แต่ในบางอาการก็อาจรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที ซึ่งอุบัติเหตุจากการออกกำลังกายและเล่นกีฬาที่ต้องนำส่งสถานพยาบาลหรือโรงพยาบาล มีดังนี้ 1. หมดสติเพราะถูกกระแทก แม้จะฟื้นขึ้นมา ก็ควรนำส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจอย่างละเอียด 2. กระดูกหัก ข้อเคลื่อน ข้อหลุด ในทุกจุดของร่างกาย 3. อาการตกเลือดจากอวัยวะภายใน 4. อาการบาดเจ็บที่ใกล้ดวงตา 5. บาดแผลลึกที่มีเลือดออกมาก 6. อาการบาดเจ็บที่หาสาเหตุไม่ได้ แต่ผู้ป่วยมีอาการมาก นอกจากนี้ ในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ควรกระทำโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น และในกรณีที่ต้องเกิดเหตุการณ์ที่ต้องดูแล เคลื่อนย้าย และส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลที่เหมาะสมอย่างรวดเร็ว อาทิ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ โทร 1669 หรือหน่วยงานที่พร้อมให้คำปรึกษาด้านภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ ส่งทีมแพทย์ พยาบาล พร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิตขั้นสูงที่ติดตั้งภายในรถพยาบาลในการดูแลเคลื่อนย้ายในกรณีที่จำเป็นตลอด 24 ชั่วโมง โดยควรโทรเรียกรถพยาบาลโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่เหมาะสมตั้งแต่แรก เพราะการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บโดยขาดความรู้อาจนำไปสู่ความพิการหรือเสียชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม การป้องกันอุบัติเหตุที่ดีที่สุด คือการระมัดระวังในการใช้ชีวิต และออกกำลังกายด้วยความไม่ประมาท ที่สำคัญ ควรทำประกันสุขภาพไว้ให้ตัวเองสักฉบับ เผื่อไว้ในกรณีฉุกเฉินรวมถึงคุ้มครองค่ารักษาด้วย  และถ้าหากคุณกำลังมองหาประกันสุขภาพให้กับตัวเองและคนที่คุณรัก วางใจให้ เอ็ทน่า มอบความคุ้มครองและมั่นคง ประกันสุขภาพพร้อมประกันอุบัติเหตุ มีบริการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางโทรศัพท์หรือวีดิโอคอล ผ่านแอปพลิเคชัน vHealth เพื่อทำให้คุณสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ หรือโทรหาผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่ 022328555 ข้อมูลจาก https://www.bangkokhospital.com/content/extreme-sports-injury
    รู้ทัน Office Syndrome ระยะเริ่มต้น อาการแบบไหนที่เข้าข่าย

    รู้ทัน Office Syndrome ระยะเริ่มต้น อาการแบบไหนที่เข้าข่าย

    อาการของ Office Syndrome   เดี๋ยวก็ปวดไหล่ เดี๋ยวก็ปวดหลัง เดี๋ยวก็ปวดลามไปต้นคอ เชื่อว่าหลายคนที่นั่งทำงานเป็นเวลานานๆ คงจะเคยเจออาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อบ่อยๆ แม้ว่าสุดท้ายอาการเหล่านั้นจะหายไปเอง แต่ก็อย่าเพิ่งวางใจ เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) ที่หากปล่อยไว้อาจทำให้อาการรุนแรงจนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ ออฟฟิศซินโดรม คืออาการที่เกิดจากการทำงานในท่าทางเดิมๆ ติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้กล้ามเนื้อ กระดูกข้อต่อ เอ็น และเส้นประสาท มีอาการหดเกร็ง และยังส่งผลเสียต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการไหลเวียนเลือด การย่อยอาหาร รวมไปถึงการมองเห็น โดยส่วนใหญ่แล้ว อาการออฟฟิศซินโดรมจะเริ่มจากการมีอาการปวดกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ บริเวณคอ บ่า ไหล่ หลัง แขน ข้อมือ หรือตามอุ้งมือและนิ้วมือ ไปจนถึงการปวดกระบอกตา ซึ่งในระยะเริ่มต้น อาการมักจะเกิดขึ้นแบบเป็นๆ หายๆ หรืออาจดีขึ้นเมื่อได้เปลี่ยนอริยาบทบ้าง แต่หากแก้ไขไม่ตรงจุดอย่างถูกวิธี อาจทำให้เข้าสู่ระยะเรื้อรัง ที่จะมีอาการปวดบ่อยขึ้น ง่ายขึ้น และแม้จะปรับเปลี่ยนอิริยาบถแล้วก็ไม่ดีขึ้น จนเริ่มรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง และในบางรายอาจมีอาการปวดแทบตลอดเวลา ทำให้ตาพร่ามัว เวียนศรีษะ จนไม่สามารถทำงานปกติได้ สำหรับการรักษาโรคออฟฟิศซินโดรมนั้น ควรเริ่มทำตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพราะมีโอกาสจะหายเป็นปกติได้มากที่สุด และสามารถรักษาด้วยตัวเองได้ ด้วยการแก้ไขที่ต้นเหตุของอาการ เช่น การปรับวิถีชีวิตให้สมดุลมากขึ้น เปลี่ยนสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการทำงานและเข้ากับท่าทางของร่างกาย เพื่อลดภาระของกล้ามเนื้อและข้อต่อต่างๆ รวมไปถึงการออกกำลังกายที่เน้นการเพิ่มความหยืดหยุ่นและความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ สำหรับกรณีที่มีอาการป่วยรุนแรงและเรื้อรัง จำเป็นต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างถูกต้อง เช่นการตรวจรังสีเอกซเรย์ ตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า การทำกายภาพบำบัด การให้ยาทาหรือยากินบรรเทาอาการปวดอักเสบ ไปจนถึงการใส่อุปกรณ์เพื่อกระจายการรับน้ำหนัก และการฝังเข็มของการแพทย์แผนจีน   ทั้งนี้ หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาการอาจจะลุกลามทำให้ เกิดพังผืด ความหยืดหยุ่นลดลง จนไม่สามารถใช้งานกล้ามเนื้อส่วนนั้นได้ และอาจต้องผ่าตัดเพื่อแก้ไขอาการแทน อย่างไรก็ดี แม้จะเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้ แต่วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคออฟฟิศซินโดรม นั่นคือการดูแลตัวเอง และหมั่นปรับเปลี่ยนอิริยาบถในการทำงานให้ถูกต้อง และออกกำลังกายควบคู่กับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเพิ่มความหยืดหยุ่นกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และข้อต่อ รวมถึงการสร้างสมดุลในชีวิตประจำวัน ก็สามารถเลี่ยงอาการโรคออฟฟิศซินโดรมได้   ประกันสุขภาพ สำหรับ Office Syndrome   นอกจากนี้ เพื่อความไม่ประมาทในการใช้ชีวิต การมีประกันสุขภาพติดตัวไว้สักฉบับเพื่อช่วยดูแลคุณหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ก็เป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อยเลยเช่นกัน และถ้าหากคุณกำลังมองหาประกันสุขภาพให้กับตัวเองและคนที่คุณรัก วางใจให้ เอ็ทน่า มอบความคุ้มครองและมั่นคงแน่นอน อีกทั้งยังมีบริการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางโทรศัพท์หรือวีดิโอคอล ผ่านแอปพลิเคชัน vHealth เพื่อทำให้คุณสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น   คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ หรือโทรหาผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่ 022328555 ข้อมูลจาก https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/office-syndrome https://www.phyathai.com/article_detail/2657/th/ออฟฟิศซินโดรม_โรคฮิตที่คนทำงานออฟฟิศต้องเจอ
    เพราะสถานการณ์ Omicron ยังไม่น่าไว้วางใจ จะใช้ชีวิตอย่างไรให้ปลอดภัยไร้กังวล

    เพราะสถานการณ์ Omicron ยังไม่น่าไว้วางใจ จะใช้ชีวิตอย่างไรให้ปลอดภัยไร้กังวล

    นิวนอร์มอล กับ โอมิครอน ถึงจะเป็น New Normal ที่ผู้คนทั่วโลกคุ้นเคยกันมานานกว่า 2 ปีแล้วก็ตาม แต่ดูเหมือนสถานการณ์ของไวรัสโควิด-19 จะยังไม่คลี่คลายไปในทางที่น่าไว้วางใจมากนัก แถมยังมีการกลายพันธุ์เป็นเชื้อ ‘โอมิครอน’ (Omicron) ที่แม้จะไม่รุนแรง แต่สามารถติดต่อกันง่ายกว่าเดิม ทำให้การใช้ชีวิตตามแนววิถีใหม่ยังคงดำเนินต่อไปเพื่อความไม่ประมาท เพื่อเป็นการย้ำเตือนให้ทราบถึงอันตรายของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน วันนี้เรามาทบทวนกันสักหน่อยดีกว่าว่ามันคืออะไร? มีอาการเป็นอย่างไร? และเราจะป้องกันตัวเองจากไวรัสตัวร้ายนี้อย่างไรได้บ้าง โอมิครอน (Omicron) เป็นโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ มีชื่อในทางวิทยาศาสตร์ว่า B.1.1.529 ซึ่งเพิ่งถูกค้นพบและได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ในวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 และถูกจัดให้เป็นเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ชนิดที่ 5 ที่องค์การอนามัยโลกจัดให้อยู่ในสายพันธุ์ที่ ‘น่าวิตกกังวล’ หรือ Variant of Concern (VOC) ต่อจากสายพันธุ์อัลฟา เบตา แกมมา และเดลตา อาการของโควิด-19 สายพันธุ์ ‘โอมิครอน’ จากข้อมูลของกรมการแพทย์ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาการของผู้ป่วยโควิดสายพันธุ์โอไมครอน เรียงจากอาการที่พบได้มากที่สุดไปจนถึงอาการที่พบได้น้อยซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 1. เจ็บคอ 2. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย 3. ไอแห้ง 4. ปวดกล้ามเนื้อ ปวดเมื่อยเนื้อตัว 5. ไม่ค่อยมีไข้ 6. จมูกยังได้กลิ่น ลิ้นยังสามารถรับรสได้ 7. เหงื่อออกมากตอนกลางคืน 8. ปอดอักเสบ วิธีป้องกันตัวเองจากไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ ‘โอมิครอน’ 1. ฉีดวัคซีนป้องกันให้ครบ 2 เข็ม หากยังไม่ได้รับการฉีด ควรไปฉีดโดยเร็วที่สุด เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ลดอาการหนักให้เบาลง 2. ฉีด Booster เข็ม 3 เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันสำหรับรับมือกับสายพันธุ์โอมิครอน 3. สวมหน้ากากอนามัยให้เป็นนิสัยเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ และควรเปลี่ยนหน้ากากอนามัยวันละ 1-2 ชิ้น 4. เลี่ยงการสัมผัสใบหน้า ตา จมูก และปากในระหว่าง เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย 5. หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำสบู่ และควรพกแอลกอฮอล์ทำความสะอาดไปด้วยทุกที่ เพื่อทำความสะอาดมือ 6. ควรเว้นระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing อย่างน้อย 1.5 เมตร 7. หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด ผู้คนพลุกพลาน มีการรวมตัวของคนจำนวนมาก เพราะการระบาดส่วนใหญ่เกิดจากการรวมตัวของคนในพื้นที่แออัด 8. หมั่นสังเกตอาการของตัวเองและคนรอบข้างว่ามีอาการเบื้องต้นของการติดโควิด-19 หรือสายพันธุ์โอมิครอนหรือไม่ แม้จะเป็นไวรัสที่คาดเดาไม่ได้ แต่หากเราหมั่นดูแลตัวเอง และมีวินัยในการป้องกันตัว ไม่ไปอยู่ในจุดเสี่ยง เราก็สามารถรับมือกับโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนได้ไม่ยาก และเพื่อเพิ่มความอุ่นใจในการใช้ชีวิตให้กับตัวเองและคนใกล้ตัว ให้ประกันสุขภาพจาก เอ็ทน่า มอบความคุ้มครองและมั่นคงแน่นอน อีกทั้งยังมีบริการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางโทรศัพท์หรือวีดิโอคอล ผ่านแอปพลิเคชัน vHealth เพื่อทำให้คุณสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ หรือโทรหาผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่ 022328555 ข้อมูลจาก https://ddc.moph.go.th/brc/journal_detail.php?publish=12022&deptcode=brc
    รู้หรือไม่ "เบี้ยประกันสุขภาพ" สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้

    รู้หรือไม่ "เบี้ยประกันสุขภาพ" สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้

    ประกันกับการลดหย่อนภาษี   เมื่อพูดถึงการยื่นลดหย่อนภาษี หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า การซื้อประกันสุขภาพก็สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน ถ้าใครกำลังวางแผนจะซื้อประกันสุขภาพ เอ็ทน่ามีคำแนะนำดีๆ มาฝาก   เบี้ยประกันสุขภาพตนเอง ในกรณีผู้ที่ทำประกันสุขภาพให้ตัวเอง สามารถนำเบี้ยชำระมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท แต่กรณีทำประกันสุขภาพ ร่วมกับประกันชีวิตทั่วไปหรือเงินฝากแบบมีประกันชีวิต ต้องไม่เกิน 100,000 บาท/ปี หรือทำร่วมกับประกันชีวิตแบบบำนาญ สามารถนำเบี้ยรวมไปหักลดหย่อนได้ไม่เกิน 215,000 บาท/ปี   เบี้ยประกันสุขภาพพ่อแม่/คู่สมรส กรณีที่เป็นเบี้ยประกันสุขภาพสำหรับพ่อแม่ก็สามารถลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน ซึ่งจะหักตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกินคนละ 15,000 บาท หมายถึง ลดหย่อนพ่อได้ไม่เกิน 15,000 บาท และลดหย่อนแม่ได้ไม่เกิน 15,000 บาท โดยมีเงื่อนไขว่า รายได้ของพ่อแม่ต้องไม่เกิน 30,000 บาท/ปี ถึงจะนำมาลดหย่อนภาษีได้ รวมถึงเบี้ยประกันสุขภาพของคู่สมรส ถ้าคู่สมรสไม่มีเงินได้ เราสามารถนำเบี้ยประกันไปลดหย่อนภาษีตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินคนละ 15,000 บาท สำหรับเงื่อนไขประกันสุขภาพที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ มีดังนี้   1. ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล การชดเชยทุพพลภาพ และการสูญเสียอวัยวะ เนื่องจากการเจ็บป่วยและบาดเจ็บ   2. ประกันอุบัติเหตุเฉพาะที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับ การรักษาพยาบาล การทุพพลภาพ การสูญเสียอวัยวะ และการแตกหักของกระดูก   3. ประกันภัยโรคที่ร้ายแรง (Critical Illnesses) 4. ประกันภัยการดูแลระยะยาว (Long Term Care) นอกจากนี้ อีกสิ่งที่ต้องเตรียมคือต้องเตรียมหนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันสุขภาพจากบริษัทประกันที่ทำไว้ โดยมีข้อความต่อไปนี้ ชื่อ นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชนของผู้เอาประกันภัย (ซึ่งเป็นผู้มีเงินได้และจ่ายเบี้ยประกันจากเงินได้นั้น), มี ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของบริษัทประกัน ระบุจำนวนเบี้ยประกันสุขภาพ และจำนวนเงินที่มีสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ เห็นมั้ยว่า การทำประกันสุขภาพ นอกจากช่วยดูแลคุณในเรื่องค่ารักษาพยาบาล ค่าห้อง ค่าอาหาร ค่าแพทย์ จากบริษัทประกันแล้ว ยังสามารถช่วยในการลดหย่อนภาษีให้กับผู้ถือประกันได้ด้วย หากคุณกำลังมองหาประกันสุขภาพให้กับตัวเองและคนที่คุณรัก วางใจให้ เอ็ทน่า มอบความคุ้มครองและความมั่นคงแน่นอน อีกทั้งยังมีบริการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางโทรศัพท์หรือวีดิโอคอล ผ่านแอปพลิเคชัน vHealth นานสูงสุด 30 นาทีเพื่อทำให้คุณสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น   คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ หรือโทรหาผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่ 022328555 ข้อมูลจาก https://www.itax.in.th/pedia/เบี้ยประกันสุขภาพตนเอง/
    5 โรคขาประจำช่วงร้อน จะซัมเมอร์ไหนก็ต้องระวัง

    5 โรคขาประจำช่วงร้อน จะซัมเมอร์ไหนก็ต้องระวัง

    ความระมัดระวังในช่วงซัมเมอร์ ไม่เพียงความกังวลเรื่องสภาพอากาศเท่านั้น แต่ในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ สิ่งที่หลายคนเป็นห่วงไม่แพ้กัน นั่นคือ ผลกระทบให้เกิดความร้อนอบอ้าว ที่เหมาะกับการเจริญเติบโตของเชื้อโรคอย่างมาก จึงทำให้ซัมเมอร์นี้เราต้องเพิ่มความระมัดระวังในการใช้ชีวิตกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกินและโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ส่วนจะมีเรื่องใดบ้างนั้น วันนี้ เอ็ทน่า จะมาเล่าให้คุณฟังกัน   5 โรคขาประจำช่วงร้อน โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน เป็นอาการที่เกิดจากการรับประทานอาหารหรือน้ำดื่มที่มีเชื้อแบคทีเรีย สามารถพบได้บ่อยในพื้นที่ที่มีสุขอนามัยไม่ดีนัก โดยผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้จะถ่ายเหลว หรือถ่ายเป็นน้ำ แต่ทั้งนี้อาการจะไม่รุนแรงและสามารถหายได้เอง โรคอาหารเป็นพิษ เป็นโรคที่เกิดจากการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อโรค หรืออาหารที่ปรุงสุกๆ ดิบๆ ไปจนถึงอาการปรุงทิ้งไว้เป็นเวลานาน ทำให้คนที่ได้รับเชื้อเข้าไปมีไข้ ปวดท้อง เกิดการอักเสบที่กระเพาะอาหารและลำไส้ได้ จึงทำให้มีอาการปวดท้อง ปวดเมื่อย คลื่นไส้อาเจียน อุจจาระร่วงด้วย แม้จะป้องกันและเยียวยาอาการได้ แต่ก็มีโอกาสที่จะรุนแรงจนเข้าโรงพยาบาลได้ โรคระบบทางเดินหายใจ  ถึงจะเป็นฤดูร้อน แต่ก็มีโอกาสที่ที่สภาพอากาศจะเปลี่ยนไปมา จนทำให้ร่างกายปรับตัวลำบาก จนภูมิต้านทานตกได้ ดังนั้นหากพบว่ามีอาการตัวร้อนเป็นไข้ ไอ มีน้ำมูก และเจ็บคอ ควรไปพบแพทย์ เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แน่ชัด และรับการรักษาที่ถูกต้อง จะสามารถลดอาการป่วยที่เรื้อรังได้ โรคเครียด สภาพอากาศสามารถส่งผลต่อสภาพจิตใจและความคิดของคนได้ และหนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยช่วงหน้าร้อน นั่นคืออาการปวดศีรษะ นอนไม่หลับ  โมโหง่าย หงุดหงิดง่าย ที่อาจกระทบต่อความสัมพันธ์กับบุคคลรอบข้างได้   ดังนั้นเราควรหาวิธีคลายเครียดให้กับตัวเองในช่วงฤดูนี้เอาไว้ด้วย เช่น หนีร้อนไปอยู่ในที่ที่มีอากาศเย็นสบาย หรือหางานอดิเรกทำ เพื่อปรับภาวะอารมณ์ของตัวเอง โรคพิษสุนัขบ้า หรือ โรคกลัวน้ำ ในความเป็นจริงแล้ว โรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกฤดู แต่สาเหตุที่ต้องเน้นย้ำโรคนี้ในช่วงฤดูร้อนเป็นพิเศษ เพราะมักพบผู้ป่วยในฤดูนี้มากที่สุด ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งก็มาจากการที่คนมีโอกาสอยู่บ้านมากขึ้น และใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยงมากเป็นพิเศษ ทำให้มีโอกาสที่่จะโดนกัด หรือถูกเลียบริเวณที่มีแผลถลอก ทำให้ได้รับเชื้อมาได้ ดังนั้นเพื่อความไม่ประมาท ไม่ว่าจะถูกกัดหรือไม่ก็ตาม หลังจากเล่นกับสัตว์เลี้ยงควรรีบล้างมือและบริเวณที่สัมผัสด้วยสบู่หรือน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง ถ้าหากไม่มั่นใจว่าสัมผัสกับสัตว์ที่มีเชื้อหรือไม่ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อฉีดวัคซีนป้องกัน และต้องแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทราบเพื่อจัดการตามขั้นตอนต่อไป นี่เป็นเพียงตัวอย่างโรคบางส่วนที่สามารถพบได้ในช่วงหน้าร้อน และเป็นเหมือนคำเตือนว่าเราควรดูแลตัวเองให้ดีไม่ว่าจะอยู่ในฤดูไหนก็ตาม   เพื่อเป็นการเพิ่มความสบายใจในการใช้ชีวิตให้มากขึ้น การมีประกันสุขภาพที่น่าเชื่อถือและพร้อมดูแลคุณในทุกจังหวะชีวิตก็เป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยเช่นกัน และหากคุณกำลังมองหาประกันสุขภาพอยู่ล่ะก็  เอ็ทน่า พร้อมมอบความคุ้มครองและมั่นคงแน่นอน อีกทั้งยังมีบริการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางโทรศัพท์หรือวีดิโอคอล ผ่านแอปพลิเคชัน vHealth เพื่อทำให้คุณสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ หรือโทรหาผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่ 022328555 ข้อมูลจาก https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=17384&deptcode=brc https://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=659 
    อาหารเป็นพิษ โรคยอดฮิตคนรุ่นใหม่

    อาหารเป็นพิษ โรคยอดฮิตคนรุ่นใหม่

    โรคอาหารเป็นพิษ อีกหนึ่งโรคใกล้ตัวที่หลายคนอาจไม่ทันระวังตัว และมักไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยๆ แต่ถ้าเป็นขึ้นมาเมื่อไหร่ รับรองว่าเป็นเรื่องใหญ่เลยทีเดียว นั่นคือ โรคอาหารเป็นพิษ ยิ่งในช่วงที่มีการเดินทางไปต่างที่ต่างถิ่น โอกาสที่จะเกิดโรคเกี่ยวกับท้องไส้ที่ว่านี้ ก็ยิ่งสูงมากขึ้นตามไปด้วย   ว่าแต่โรคอาหารเป็นพิษที่พูดถึงกันอยู่นี้เป็นอาการแบบไหน และเราจะป้องกันตัวเองอย่างไรได้บ้าง วันนี้ เอ็ทน่าจะชวนคุณมาทำความรู้จักกับโรคที่ว่านี้กัน โรคอาหารเป็นพิษ เป็นคำกว้างๆ ที่ใช้อธิบายอาการป่วยที่เกิดจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส ฯลฯ รวมไปถึง อาหารที่ปรุงไม่สุกพอ อาหารค้างคืน และไม่ได้เก็บรักษาอย่างถูกต้อง ซึ่งอาจจะทำให้เราเจ็บป่วยด้วยโรคอาหารเป็นพิษได้   สำหรับอาการส่วนใหญ่ที่เกิดจากอาหารเป็นพิษได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน มีไข้ ปวดท้อง ถ่ายเป็นน้ำ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว ทำให้ร่างกายมีภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ หรือรุนแรงถึงขั้นติดเชื้อในกระแสโลหิตก็ได้   วิธีป้องกันโรคอาหารเป็นพิษ สำหรับวิธีป้องกันโรคอาหารเป็นพิษ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณะสุข ได้มีการให้คำแนะนำไว้ดังนี้   1. เลือกอาหารที่ผ่านการเตรียมเป็นอย่างดี 2. ปรุงอาหารให้สุกทั่วถึงก่อนรับประทาน 3. ควรรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ 4. ระมัดระวังอาหารอย่าให้มีการปนเปื้อน 5. อาหารที่ค้างมื้อต้องอุ่นให้ร้อนก่อนรับประทาน 6. ควรแยกอาหารดิบและอาหารสุก 7. ล้างมือให้สะอาดทั้งก่อนปรุงอาหาร ก่อนรับประทานอาหาร 8. ให้ความสำคัญกับเรื่องความสะอาดของพื้นที่การปรุงอาหาร 9. เก็บอาหารให้ปลอดภัยจากแมลง หนู หรือสัตว์อื่นๆ 10. ใช้น้ำสะอาดในการปรุงอาหาร แม้จะมีคำแนะนำดีๆ แล้วก็ตาม แต่ก็ไม่ใช่ทุกครั้งที่เราจะสามารถเลือกรับประทานอาหารให้ตรงตามที่เราต้องการได้ และมีโอกาสที่เราอาจพลาดจนป่วยเป็นโรคอาหารเป็นพิษได้ และหากเราป่วยด้วยโรคนี้ขึ้นมา สิ่งที่ควรทำคือการปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยตัวเอง ด้วยการรักษาตามอาการที่เกิดขึ้น เช่น หากผู้ป่วยยังพอรับประทานอาหารได้ ควรดื่มน้ำเปล่า และจิบน้ำผสมผงเกลือแร่ (ORS) เพื่อป้องกันร่างกายขาดน้ำ รับประทานอาหารที่ย่อยง่าย อาทิ   1. โจ๊ก ข้าวต้ม: เป็นอาหารที่ช่วยระบบย่อยให้ทำงานน้อยลง แต่ได้พลังงานดี ทำให้ร่างกายไม่อ่อนเพลีย 2. ซุป: มีประโยชน์ใกล้เคียงกับการรับประทานโจ๊กและข้าวต้ม แต่ต้องระวังเรื่องการปรุงที่ไม่จัดเกินไป และอาจต้องเลี่ยงซุปที่มีความข้น 3. กล้วยน้ำว้า: เป็นอาหารที่ย่อยง่าย รับประทานอยู่ท้อง อุดมไปด้วยโพแทสเซียมและเเทนนิน ที่ช่วยบรรเทาอาการท้องเสียได้ 4. แกงจืดเต้าหู้: เป็นอาหารอ่อนที่ย่อยง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่อาการเริ่มบรรเทาแล้ว เพราะกากใยที่ดีต่อระบบขับถ่าย แต่หากเพิ่งท้องเสียใหม่ๆ ควรเลี่ยง 5. มันฝรั่งปอกเปลือก: อุดมด้วยโพแทสเซียมเช่นเดียวกับกล้วย จึงมีส่วนช่วยในการบรรเทาความรุนแรงของอาการท้องเสียได้   แต่หากพบว่ามีอาการหนัก เช่น อาเจียนไม่หยุด ถ่ายบ่อยและถี่ และถ่ายเป็นน้ำ รวมทั้งมีไข้ปวดเนื้อปวดตัว ควรรีบนำส่งโรงพยาบาล สำหรับกรณีที่เดินทางไปท่องเที่ยวต่างจังหวัด การป่วยเป็นโรคอาหารเป็นพิษนั้นถือเป็นข่าวร้ายที่อาจทำให้หมดสนุกได้ และเพื่อเป็นทางเลือกในการป้องกันตัวเอง กรมควบคุมโรค จึงได้มีการเตือนถึงเมนูอาหารที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษในช่วงหน้าร้อนเอาไว้ เพื่อป้องกันอาการของโรคอาหารเป็นพิษที่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว   1.. ลาบ/ก้อยดิบ          2. ยำกุ้งเต้น 3. ยำหอยแครง/ยำทะเล 4. ข้าวผัดโรยเนื้อปู 5. อาหาร หรือขนมที่มีส่วนประกอบของกะทิสด 6. ข้าวมันไก่ 7. ส้มตำ 8. น้ำแข็งที่ผลิตไม่ได้มาตรฐาน นอกจากการเลือกรับประทานอาหารแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ควรให้ความสำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือการยึดหลัก ‘กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ’ เพื่อป้องกันโรคอื่นๆ ที่อาจตามมาได้ นอกจากโรคอาหารเป็นพิเศษ ในฤดูนี้ยังมีโรคอื่นๆ ที่ต้องระวัง เช่น อาการท้องร่วง โรคเครียด และโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ซึ่งไม่ว่าจะโรคไหนก็มีโอกาสป่วยได้สูง และคงไม่ดีแน่หากต้องไปโรงพยาบาลช่วงนี้ หรือต้องเสียค่ารักษาราคาสูงในระหว่างที่อยู่ต่างที่ต่างถิ่น   เพื่อลดความเสี่ยง ความกังวล และเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยดูแลคุณอุ่นใจมากขึ้นในฤดูกาลแบบนี้ เอ็ทน่า พร้อมมอบความคุ้มครองด้วยประกันสุขภาพ และบริการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางโทรศัพท์หรือวีดิโอคอล ผ่านแอปพลิเคชัน vHealth เพื่อทำให้คุณสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ หรือโทรหาผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่ 022328555 ข้อมูลจาก https://www.doctorraksa.com/th-TH/blog/food-poisoning.html https://www.thaihealth.or.th/Content/45880-อาหารเป็นพิษ%20โรคฮิตนักเดินทาง.html

    ข่าวสารเอ็ทน่า

    ดูทั้งหมด
    เอ็ทน่า ประกันสุขภาพ ประเทศไทย เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัท อลิอันซ์ นำมาซึ่งศักยภาพและความแข็งแกร่งของบริษัทโดยรวม

    เอ็ทน่า ประกันสุขภาพ ประเทศไทย เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัท อลิอันซ์ นำมาซึ่งศักยภาพและความแข็งแกร่งของบริษัทโดยรวม

    เรียน ท่านสมาชิกเอ็ทน่า ประกันสุขภาพ ประเทศไทย ขอเรียนแจ้งให้ท่านทราบอีกครั้งว่า เอ็ทน่า ประเทศไทย ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอลิอันซ์ อยุธยา ซึ่งเป็นแบรนด์ประกันภัยอันดับ 1 ของโลก เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 การรวมธุรกิจดังกล่าว จะนำมาซึ่งศักยภาพและความแข็งแกร่งของบริษัทโดยรวม ทั้งในแง่ความแข็งแกร่งทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ความเป็นผู้นำด้านสินค้าสุขภาพและเสริมสร้างศักยภาพในการให้บริการลูกค้าเอ็ทน่าทุกท่านเพิ่มเติมในด้านประกันภัย รวมถึงโซลูชันใหม่ทั้งผลิตภัณฑ์และที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น ด้วยนโยบายการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางของอลิอันซ์ อยุธยา ท่านสมาชิกสามารถมั่นใจได้ว่าการรวมธุรกิจกันในครั้งนี้จะไม่มีผลกระทบต่อข้อกำหนด เงื่อนไข สิทธิ์ในการต่ออายุ หรือผลประโยชน์ความคุ้มครองในกรมธรรม์ของ เอ็ทน่า ประกันสุขภาพ ปัจจุบันของสมาชิกทุกท่าน  หากท่านมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ Aetna Call Center ที่ 02-232-8666 หรืออีเมล csc@aetna.co.th ขอบคุณอีกครั้งสำหรับความไว้วางใจให้เอ็ทน่าได้ดูแลท่านและครอบครัว
    อลิอันซ์ อยุธยา แคปปิตอล (AYUD) เข้าซื้อกิจการเอ็ทน่า ประเทศไทย เสริมแกร่งธุรกิจประกันสุขภาพในตลาดประเทศไทย

    อลิอันซ์ อยุธยา แคปปิตอล (AYUD) เข้าซื้อกิจการเอ็ทน่า ประเทศไทย เสริมแกร่งธุรกิจประกันสุขภาพในตลาดประเทศไทย

    บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา แคปปิตอล (AYUD) ประกาศการเข้าสู่ข้อตกลงการซื้อกิจการทั้งหมดของเอ็ทน่า ประเทศไทย หนึ่งในผู้นำตลาดประกันสุขภาพ การเข้าซื้อครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการลงทุนและขยายธุรกิจประกันสุขภาพเพื่อดูแลลูกค้าในประเทศไทย ข้อตกลงดังกล่าวจะสนับสนุนการเพิ่มฐานลูกค้าและช่องทางการขาย รวมถึงส่งเสริมการเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งทางการตลาดด้านประกันสุขภาพ นอกจากนั้นยังสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในประเทศไทยได้หลากหลายมากขึ้น ธุรกรรมดังกล่าว จะไม่มีผลกระทบในทันทีต่อการให้ความคุ้มครองลูกค้า ผลิตภัณฑ์ ขั้นตอนการทำงาน หรือการให้บริการสนับสนุนต่างๆ ทั้งยังไม่มีผลกระทบต่อกรมธรรม์ที่มีอยู่ในปัจจุบันแต่อย่างใด โดย บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย (AAGI) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ AYUD และเอ็ทน่า ประเทศไทย จะยังคงดำเนินธุรกิจ ดูแลพันธมิตรและลูกค้าตามปกติ ควบคู่กับการพัฒนาระบบการทำงานในระยะยาว เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุดสำหรับพันธมิตรทางธุรกิจและลูกค้า ทั้งนี้ ธุรกรรมดังกล่าวคาดว่าจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ภายในระยะเวลา 3 เดือนข้างหน้านี้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นและการบรรลุเงื่อนไขหรือการปฏิบัติตามข้อยกเว้นต่างๆ ที่มีผลต่อข้อตกลง โทมัส ชาร์ลส วิลสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา แคปปิตอล (AYUD) และ บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต กล่าวว่า “การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางการเงินของ อลิอันซ์ อยุธยา ที่ทำให้เราสามารถขยายธุรกิจประกันสุขภาพในตลาด นอกจากนั้นข้อตกลงนี้ยังเปิดโอกาสให้เราสามารถเพิ่มศักยภาพในการทำงานและสร้างความหลากหลายให้กับธุรกิจประกันวินาศภัยของเรา พวกเรายินดีเป็นอย่างยิ่งกับการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ และยังคงมุ่งมั่นตามพันธสัญญาในการมอบความคุ้มครองด้านสุขภาพที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของเราในประเทศไทย” ดาเมี่ยน เจมส์ เดลานี่​ กรรมการผู้จัดการ เอ็ทน่า ประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า “เรื่องนื้ถือเป็นข่าวดีอย่างยิ่งสำหรับบริษัท ลูกค้า และพนักงานของเราในประเทศไทย ด้วยการผนึกความแข็งแกร่งกับ อลิอันซ์ อยุธยา กรุ๊ป จะทำให้พันธมิตร และลูกค้าของเราได้รับประโยชน์อย่างมากจากความเชี่ยวชาญของทั้งสององค์กรที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางในการให้บริการด้านสุขภาพและประกันสุขภาพ พวกเราตั้งตารอที่จะได้ทำงานร่วมกันและบรรลุภารกิจในการสนับสนุนให้ลูกค้าในประเทศไทยเดินหน้าสู่เส้นทางการมีสุขภาพที่ดีขึ้น” ข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ: พัชรา ทวีชัยวัฒนะ 02 – 3057444, Patchara.t@azay.co.th เกี่ยวกับ อลิอันซ์ อยุธยา กรุ๊ป บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา แคปปิตอล ดำรงสถานะเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยใช้ชื่อย่อว่า AYUD โดยบริษัทย่อย ได้แก่ บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย และบริษัทในเครือ ได้แก่ บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต ดำเนินธุรกิจ ด้วยการมอบความความคุ้มครองด้านการประกันภัย ครอบคลุมทั้งประกันชีวิตและสุขภาพ และให้บริการลูกค้ากว่า 1.9 ล้านรายทั่วประเทศ เกี่ยวกับ กลุ่มอลิอันซ์ กลุ่มอลิอันซ์ คือ หนึ่งในบริษัทประกันภัยและบริษัทผู้บริหารจัดการสินทรัพย์ชั้นนำของโลก ด้วยจำนวนลูกค้ารายย่อยและลูกค้าองค์กรกว่า 126 ล้านราย* ในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก ลูกค้าของอลิอันซ์ ได้รับประโยชน์จากบริการระดับบุคคลและองค์กรที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งประกันสินทรัพย์ ประกันชีวิตและสุขภาพ รวมทั้งบริการให้ความช่วยเหลือ ประกันเครดิต รวมทั้งประกันองค์กรธุรกิจระดับโลก อลิอันซ์ เป็นหนึ่งในผู้ลงทุนที่ใหญ่ที่สุดของโลก โดยบริหารการลงทุนมูลค่ากว่า 809 พันล้านยูโรในนามของลูกค้าประกันทุกคน นอกจากนั้น ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ของเรา ได้แก่ PIMCO และ Allianz Global Investor ยังบริหารสินทรัพย์ของบุคคลที่สาม รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านล้านยูโร ด้วยการผสานกันอย่างเป็นระบบระหว่างแนวทางการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ควบคู่ไปกับขั้นตอนการทำงานและการตัดสินใจด้านการลงทุน ทำให้เราได้รับการจัดอันดับให้เป็นบริษัทประกันภัยอันดับต้นๆ ใน Dow Jones Sustainability Index ในปี พ.ศ. 2564 พนักงานของเรากว่า 155,000 คนทั่วโลก ร่วมกันสร้างรายได้รวมให้กับบริษัทถึงกว่า 148.5 พันล้านยูโร พร้อมด้วยกำไรจากการดำเนินงานที่ 13.4 พันล้านยูโร ให้กับกลุ่มอลิอันซ์ *รวมถึงลูกค้าของบริษัทในเครือที่ไม่ได้อยู่ภายใต้แบรนด์อลิอันซ์ เกี่ยวกับ อลิอันซ์ ในเอเชีย เอเชีย ถือเป็นตลาดที่ขับเคลื่อนการเติบโตให้กับกลุ่มอลิอันซ์ เนื่องจากความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม ภาษาและขนบธรรมเนียมของภูมิภาคดังกล่าว อลิอันซ์ เข้าสู่ตลาดเอเชียตั้งแต่ พ.ศ. 2453 โดยเริ่มต้นจากธุรกิจประกันอัคคีภัยและประกันการเดินเรือ ในพื้นที่ชายฝั่งของประเทศจีน ปัจจุบัน อลิอันซ์ มีธุรกิจอยู่ใน 15 ประเทศของภูมิภาค เสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งประกันวินาศภัย ประกันชีวิต ประกันคุ้มครองสุขภาพ รวมทั้งการจัดการสินทรัพย์ ด้วยพนักงานกว่า 36,000 คน เราดูแลลูกค้ากว่า 21 ล้านรายในภูมิภาคผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลายรวมทั้งดิจิทัลแพลทฟอร์ม ดาวน์โหลดข่าว
    เอ็ทน่าเปิดตัวเว็บไซต์ประกันภัยการเดินทางโฉมใหม่

    เอ็ทน่าเปิดตัวเว็บไซต์ประกันภัยการเดินทางโฉมใหม่

    พบกับเว็บไซต์ประกันการเดินทางโฉมใหม่จากเอ็ทน่าได้แล้ววันนี้! ปรับแต่งเว็บไซต์ให้ผู้ใช้บนมือถือมีประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด พร้อมฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดใช้งานง่าย รองรับทุกอุปกรณ์ไม่ว่าจะใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือจากคอมพิวเตอร์   มาพร้อมการอัพเกรดฟีเจอร์ที่สำคัญ ได้แก่ • รองรับการใช้งานการแสดงผลผ่านอุปกรณ์อย่างโทรศัพท์มือถือ ได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น • ขั้นตอนการซื้อกรมธรรม์ออนไลน์ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น เนื่องจากกระบวนการเสร็จสิ้นการสั่งซื้อไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน เช่น สามารถสมัครได้พร้อมกันสูงสุดถึง 10 ท่าน • เพิ่มความปลอดภัยเรื่องการชำระเงินตามมาตรฐาน PCI เยี่ยมชมเว็บไซต์ใหม่ได้ที่ www.aetna.co.th/travel-insurance และซื้อประกันการเดินทางได้เลย!
    เอ็ทน่าเปิดตัวสติกเกอร์สุดเฮลท์ตี้ 'เริ่มต้นการมีสุขภาพที่ดีตั้งแต่วันนี้'

    เอ็ทน่าเปิดตัวสติกเกอร์สุดเฮลท์ตี้ 'เริ่มต้นการมีสุขภาพที่ดีตั้งแต่วันนี้'

    23 พฤศจิกายน 2564 - บริษัท เอ็ทน่า ประเทศไทย มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะประกาศเปิดตัวเอ็ทน่าสติกเกอร์สุดเฮลท์ตี้คอลเลกชัน “เอ็ทน่า เคียงข้างทุกเป้าหมายสุขภาพของคุณ” ภายใต้คอนเซปต์ “เริ่มต้นการมีสุขภาพที่ดีตั้งแต่วันนี้!” สำหรับสมาชิกประกันสุขภาพเอ็ทน่าและผู้ใช้ไลน์ทุกท่าน เริ่มต้นการมีสุขภาพที่ดีตั้งแต่วันนี้! มาเป็นเพื่อนกับเอ็ทน่า ประกันสุขภาพ สุดพิเศษ สำหรับสมาชิกไลน์ทุกท่าน ที่จะได้รับข้อมูลโปรโมชั่นล่าสุด ข้อมูลข่าวสารล่าสุดของแผนประกันสุขภาพต่างๆ พร้อมเคล็ดลับการดูแลสุขภาพดีๆ ในยุค New Normal เพียงตอบแบบสอบถามด้านสุขภาพง่ายๆ รับฟรี เอ็ทน่าสติกเกอร์สุดเฮลท์ตี้ ดาวน์โหลดฟรี ได้แล้ววันนี้จนถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2565! พลาดไม่ได้! “เริ่มต้นการมีสุขภาพที่ดีตั้งแต่วันนี้!” กับเอ็ทน่า เคียงข้างทุกเป้าหมายสุขภาพของคุณ
    เอ็ทน่า ประเทศไทย กับความห่วงใยในแผนการดูแลสุขภาพแบบครบครันสำหรับคนรุ่นใหม่กลุ่ม Gen Z และมิลเลนเนียน ในราคาสบายๆ พร้อมฟรีบริการปรึกษาแพทย์ผ่านระบบวิดีโอคอลได้ทุกที่ตามต้องการ

    เอ็ทน่า ประเทศไทย กับความห่วงใยในแผนการดูแลสุขภาพแบบครบครันสำหรับคนรุ่นใหม่กลุ่ม Gen Z และมิลเลนเนียน ในราคาสบายๆ พร้อมฟรีบริการปรึกษาแพทย์ผ่านระบบวิดีโอคอลได้ทุกที่ตามต้องการ

    กรุงเทพ, ประเทศไทย (15 พฤศจิกายน 2564) : บมจ. เอ็ทน่า ประกันสุขภาพ (ประเทศไทย) บริษัทประกันสุขภาพใหญ่ที่สุดในประเทศไทย (ข้อมูลจากสมาคมประกันวินาศภัยไทย) เปิดตัว "วีเฮลท์ วีแคร์" - ตอบโจทย์ความคุ้มครองสุขภาพครบวงจร 'วิถีใหม่' ครอบคลุมการรักษาและการให้บริการปรึกษาแพทย์ผ่านระบบวิดีโอคอลโดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้เราทุกคนต่างต้องปรับเปลี่ยนแนวทางในการดูแลสุขภาพ วีเฮลท์ วีแคร์ ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการของคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัลโดยเฉพาะ และด้วยฟีเจอร์บนโทรศัพท์มือถือ ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ได้อย่างง่ายดาย รวดเร็ว เพียงปลายนิ้วสัมผัส และเมื่อต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล รับความคุ้มครองค่าใช้จ่าย 80% หลังหักความรับผิดส่วนแรก นอกจากเป็นแผนประกันสุขภาพที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมในราคาที่เข้าถึงได้ และบริการจาก วีเฮลท์ - ปรึกษาแพทย์เสมือนจริง โดยไม่จำกัดจำนวนครั้งแล้ว แผนประกัน วีเฮลท์ วีแคร์ ยังมีผลประโยชน์อื่นๆดังนี้ : • ความคุ้มครองสูงสุด 800,000 บาท ต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง ซึ่งครอบคลุม 80% ของค่าใช้จ่ายในการเข้ารับการรักษาตัวแบบผู้ป่วยใน หลังจากหักความรับผิดส่วนแรกแล้ว • ความรับผิดส่วนแรกมีให้เลือก 3 แบบ ได้แก่ 10,000 บาท 20,000 บาท หรือ 30,000 บาท • ความคุ้มครองกรณีผู้ป่วยนอกสูงสุด 2,000 บาทต่อครั้ง (สูงสุด 1 ครั้งต่อวัน และ 30 ครั้งต่อปี) ซึ่งครอบคลุมค่ายาที่สั่งโดยแพทย์ วีเฮลท์  • บริการส่งยาฟรีทั่วประเทศ มร.ดาเมี่ยน เจมส์ เดลานี่ กรรมการผู้จัดการและผู้บริหารระดับสูง บริษัทเอ็ทนา ประเทศไทย กล่าวว่า "การเกิดโรคระบาดทำให้ กลุ่ม Gen Z และกลุ่มมิลเลียนเนียนตื่นตัวในเรื่องสุขภาพและเริ่มมองหาแผนประกันสุขภาพที่ครอบคลุมและสามารถจ่ายได้ ในราคาสบายๆ พร้อมบริการปรึกษาแพทย์ที่สะดวกต่อชีวิตประจำวัน ซึ่งวีเฮลท์ วีแคร์ เป็นบริการที่ให้ความสะดวกรวดเร็วในการเข้าถึงแพทย์วีเฮลท์ที่มีความเชี่ยวชาญได้จากทุกที่ ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพที่เหมาะกับความต้องการและสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่ยุ่งกับการทำงานของคนกลุ่มนี้" วีเฮลท์ แอปพลิเคชัน (vHealth application ) กรรมสิทธิ์เฉพาะของเอ็ทน่าที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ การบริการปรึกษาแพทย์ผ่านอุปกรณ์สื่อสารทั้ง iPhone และ Android ซึ่งเอ็ทน่าเป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทประกันในประเทศไทยที่ให้บริการดังกล่าว ทั้งนี้ ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะช่วงล็อกดาวน์ มีความต้องการใช้บริการเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า เกือบ 12,000 คน บริการ วีเฮลท์ แอปพลิเคชัน ให้คุณปรึกษาแพทย์ที่มีใบอนุญาตและสามารถสื่อสารได้ทั้งภาษาอังกฤษและไทย นานถึง 30 นาทีต่อครั้ง แบบไม่จำกัดจำนวนครั้ง ออกใบสั่งยาอิเลคทรอนิคส์ (e-prescription) รวมถึงบริการจัดส่งยาถึงบ้านฟรีทั่วประเทศ   Aetna Thailand Your Partner in Health ..................................................... เกี่ยวกับเอ็ทน่า อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็ทน่า อินเตอร์เนชั่นแนลเป็นส่วนหนึ่งของ CVS Health company ซึ่งมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างชุมชนที่แข็งแรงและแข็งแกร่ง ด้วยการส่งมอบสิทธิประโยชน์ด้านการดูแลสุขภาพของประชากรทั่วโลกในฐานะที่เราเป็นบริษัทผู้นำด้านประกันสุขภาพ เอ็ทน่ามีสมาชิกกว่า 900,000 คนทั่วโลก ซึ่งรวมทั้งคนท้องถิ่น ชาวต่างชาติ และนักท่องเที่ยว และผลประโยชน์ที่ครอบคลุมและดูแลทั่วโลก อาทิ การรักษาทางการแพทย์ ทันตกรรม การช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน และในบางพื้นที่ยังคุ้มครองถึงชีวิตและทุพพลภาพด้วย นอกจากนี้ เอ็ทน่า อินเตอร์เนชั่นแนล ยังได้นำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อยกระดับระบบการดูแลสุขภาพให้ดีขึ้นเพื่อรองรับสมาชิกที่เป็นหน่วยงานภาครัฐ บริษัทชั้นนำขนาดใหญ่ เพื่อให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี พร้อมทั้งมีการควบคุมคุณภาพการบริการและต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับปี 2563 ทาง CVS Health company ติดอันดับที่ 5 ในทำเนียบ Fortune 500 สำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https:/www.aetna.co.th/th/
    เอ็ทน่า ประเทศไทย เพิ่มศักยภาพด้านดิจิทัล เปิดตัวเว็บไซต์เสริมศักยภาพรองรับการใช้งานผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่

    เอ็ทน่า ประเทศไทย เพิ่มศักยภาพด้านดิจิทัล เปิดตัวเว็บไซต์เสริมศักยภาพรองรับการใช้งานผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่

    ​กรุงเทพ, ประเทศไทย (27 กันยายน 2564) : บริษัท เอ็ทน่า ประกันสุขภาพ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย* เปิดตัวเว็บไซต์ใหม่ที่รองรับการใช้งานผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะอำนวยความสะดวกในการเข้าถึง เพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด ให้แก่สมาชิกและกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย มร.ดาเมียน เจมส์ เดลานี่ กรรมการผู้จัดการและผู้บริหารระดับสูง เอ็ทน่า ประเทศไทย กล่าวว่า สิ่งสำคัญลำดับแรกสำหรับกลยุทธ์ด้านดิจิทัลของเอ็ทน่า ประเทศไทยคือ การทำให้เว็บไซต์หลักของบริษัทฯ www.aetna.co.th รองรับการใช้งานผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะบริษัทฯตระหนักดีว่า กว่า 70%ของผู้ที่ติดต่อกลับมายังเอ็ทน่าสะดวกที่จะติดต่อทางเว็บไซต์ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ เราจึงให้ความสำคัญในเรื่องนี้อย่างมาก เว็บไซต์ใหม่ของเอ็ทน่า ประกันสุขภาพ มาพร้อมการอัพเกรดฟีเจอร์ที่สำคัญที่ตอบสนองการทำงานบนอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วยรูปแบบที่ทันสมัย แบ่งหมวดหมู่ให้สามารถค้นหาข้อมูลได้อย่างสะดวกรวดเร็ว พร้อมยกระดับบริการค้นหาสถานพยาบาลในเครือข่าย รวมถึงลิงก์ไปยัง Google Maps พร้อมทั้งบริการใหม่คำนวณค่าเบี้ยแผนประกันสุขภาพ  และปุ่มกดเพื่อโทร02 232 8555 เพื่อขอใบเสนอราคาสำหรับแผนประกันสุขภาพที่ต้องการเอ็ทน่า  นอกจากนี้ ในเว็บไซต์ยังได้รวบรวมข้อมูลแนวทางการดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีแบบเชิงรุกโดยเอ็ทน่าจัดทำหมวดบล็อกและบทความขึ้นมา เพื่อค้นหาวิธีการรักษาสุขภาพแบบองค์รวมได้ด้วยตนเอง อาทิ วิธีการตรวจสุขภาพตนเองได้ที่บ้าน ความสำคัญของการนอนเพื่อการจัดการความเครียด และเคล็ดลับการใช้ชีวิตอย่างมีสติ มร.ดาเมียน กล่าวเพิ่มเติมว่า “อุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่กลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวัน เราจึงพัฒนาเว็บไซต์ใหม่ให้รองรับกับการใช้งานผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ และยังมีแอปพลิเคชั่นวีเฮลท์ (vHealth) แพลตฟอร์มที่ได้รับรางวัลด้านการดูแลสุขภาพเสมือนจริง ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของเว็บไซต์หนึ่งในช่องทาง Omni-channel เพื่อสื่อสารและให้บริการกับลูกค้าของเอ็ทน่า รวมถึงในปีนี้บริษัทฯ จะพัฒนาแผนประกันสุขภาพใหม่ๆ ออกสู่ตลาด โดยมุ่งเป้าไปที่ผู้บริโภคกลุ่มมิลเลนเนียลที่ใส่ใจสุขภาพและสนใจเทคโนโลยี” *อ้างอิงจากสมาคมประกันวินาศภัยไทย เอ็ทน่าประเทศไทย พาร์ทเนอร์ด้านสุขภาพของคุณ เกี่ยวกับเอ็ทน่า อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็ทน่า อินเตอร์เนชั่นแนล, บริษัทในเครือซีวีเอส เฮลธ์ มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างสุขภาพประชาคมโลกให้แข็งแรงและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ด้วยการมอบสิทธิประโยชน์จากโซลูชั่นด้านการดูแลสุขภาพและผลประโยชน์ที่ครอบคลุมให้แก่ประชากรทั่วโลก ในฐานะหนึ่งในบริษัทที่ให้บริการประกันสุขภาพส่วนบุคคลระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุด เอ็ทน่า อินเตอร์เนชั่นแนลให้บริการสมาชิกทั่วโลกกว่า 800,000 คน ทั้งชาวต่างชาติ นักท่องเที่ยวท้องถิ่น และนักเดินทางเพื่อธุรกิจ ด้วยผลประโยชน์ครอบคลุมทั่วโลก รวมถึง การรักษาพยาบาล ทันตกรรม จักษุ การช่วยเหลือฉุกเฉิน และในบางภูมิภาคมีความครอบคลุมต่อชีวิตและทุพพลภาพด้วย นอกจากนี้ เอ็ทน่า อินเตอร์เนชั่นแนล ยังนำเสนอโซลูชั่นเทคโนโลยีและการจัดการสุขภาพที่ปรับให้สอดคล้องกับระบบการดูแลสุขภาพ สิทธิประโยชน์ของภาครัฐ และบริษัทขนาดใหญ่ เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพดีขึ้น โดยปรับปรุงคุณภาพในการรักษาและควบคุมต้นทุน, ในปี 2564 ซีวีเอส เฮลธ์ ได้รับการจัดอันดับเป็นลำดับที่ 4 ของ Fortune 500 ผู้ที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.aetna.co.th
    เอ็ทน่าเปิดตัวเว็บไซต์ใหม่ ไฉไลกว่าเดิม

    เอ็ทน่าเปิดตัวเว็บไซต์ใหม่ ไฉไลกว่าเดิม

    ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพเชิงรุก บุกตลาดกลุ่ม ‘ไวเทค - รักษ์สุขภาพ’ ​เอ็ทน่า ประกาศเปิดตัวเว็บไซต์ใหม่รองรับการใช้งานผ่านอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือได้อย่างสะดวกมากขึ้น นับเป็นก้าวสำคัญในเส้นทางการพัฒนาด้านดิจิตอลอย่างต่อเนื่องของเอ็ทน่า ซึ่งตระหนักดีว่า มากกว่า 70% ของลูกค้าสะดวกที่จะติดต่อเราทางเว็บไซต์ผ่านอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ เอ็ทน่าจึงเล็งเห็นความสำคัญที่จะพัฒนาเว็บไซต์ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นเพื่อรองรับทุกอุปกรณ์ไม่ว่าจะใช้งานผ่านโทรศัพท์มือ หรือจากคอมพิวเตอร์ สิ่งสำคัญที่พัฒนาขึ้นในเว็บไซต์ใหม่ได้แก่ ฟังก์ชั่นตอบสนองที่เป็นมิตรกับโทรศัพท์มือถือ, ยกระดับบริการเครือข่ายการค้นหารวมถึงลิ้งค์ Google maps, ปุ่มกดเพื่อโทร และ บริการใหม่เพื่อคำนวณค่าเบี้ยแผนประกันสุขภาพ โลกปัจจุบัน ผู้คนมีความตื่นตัวเรื่องสุขภาพมากขึ้น เอ็ทน่าเข้าใจดีว่า ลูกค้าของเราต้องการเข้าถึงข้อมูลคำแนะนำด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ดังนั้นเว็บไซต์ใหม่ของเราจึงจัดให้มีบล็อกและบทความที่สนับสนุนแนวทางการดูแลสุขภาพเชิงรุกของเอ็ทน่าได้เป็นอย่างดี นาย เดเมี่ยน เดลานี่ กรรมการผู้จัดการและผู้บริหารระดับสูง กล่าวว่า "ปีนี้เอ็ทน่าวางแผนริเริ่มสิ่งใหม่ๆที่ต้องจับตา โดยเรามุ่งเป้าไปยังกลุ่มผู้บริโภคอายุน้อยที่ใส่ใจสุขภาพและสนใจเทคโนโลยี ดังนั้นการพัฒนาเว็บไซต์ซึ่งเป็นเสมือน ‘หน้าบ้าน’ ของเรา ให้มีมาตรฐานสูงขึ้นจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง"
    เอ็ทน่า ปรับแผนช่วยลูกค้าสู้วิกฤต เปิดตัว “แพลทินัม พลัส” คุ้มครองเต็มๆ เหมือนเดิม เพิ่มทางเลือกจ่ายเบี้ยเบาๆ

    เอ็ทน่า ปรับแผนช่วยลูกค้าสู้วิกฤต เปิดตัว “แพลทินัม พลัส” คุ้มครองเต็มๆ เหมือนเดิม เพิ่มทางเลือกจ่ายเบี้ยเบาๆ

    กรุงเทพ, ประเทศไทย (3  กันยายน 2564) : บมจ. เอ็ทน่า ประกันสุขภาพ (ประเทศไทย)  บริษัทประกันสุขภาพใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ยกระดับแผนแพลทินัมที่ขายดีที่สุด เปิดตัวแผนแพลทินัม พลัส (Platinum+) ขยายความคุ้มครองการเข้ารักษาในโรงพยาบาล โดยมีระดับความคุ้มครองให้เลือกหลาก หลายตามความต้องการของลูกค้า พร้อมมีความยืดหยุ่นให้เลือกความรับผิดส่วนแรกเพื่อลดค่าเบี้ยได้ และให้ลูกค้าสามารถใช้บริการวีเฮลท์ (vHealth) ทางโทรศัพท์หรือวิดีโอคอลฟรี สำหรับผลประโยชน์ของแผนแพลทินัม พลัส (Platinum+) ที่เอ็ทน่า ประกันสุขภาพปรับเพิ่มขึ้นจากแผนในปัจจุบัน ประกอบไปด้วย ทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการลดเบี้ยประกันสุขภาพ โดยเลือกความรับผิดส่วนแรกจาก 4 แบบ คือ 30,000 บาท 50,000 บาท 100,000 บาท หรือ 200,000 บาท เพื่อรับส่วนลดเบี้ยประกันสูงสุดถึง 60% โดยความคุ้มครองยังคงจัดเต็มเหมือนเดิม การเพิ่มแผนผลประโยชน์สูงสุด 3 ล้านบาท คุ้มครองทั้งการบาดเจ็บและเจ็บป่วย เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ใหม่เรื่องการทำประกันสุขภาพสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการมาพำนักระยะยาวในประเทศไทย (Long Stay Visa) และ ทางเลือกใหม่สำหรับผลประโยชน์ผู้ป่วยนอกสูงสุดถึง 1,500 บาทต่อครั้งต่อวัน เพื่อการเข้าถึงการรักษาขั้นพื้นฐาน ในราคาเบาๆ ภาพยนตร์โฆษณาล่าสุดจากเอ็ทน่า "แพลทินัม พลัส"  ประกันสุขภาพระดับพรีเมี่ยม ด้วยเบี้ยเบาๆ โดยเข้าถึงลูกค้า 4 กลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ กลุ่มคนทำงาน กลุ่มครอบครัว กลุ่มเจ้าของธุรกิจ และกลุ่มชาวต่างชาติที่อาศัยในประเทศไทย เพื่อให้เข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่มีความคุ้มครองสุขภาพระดับพรีเมียมได้ง่ายขึ้น ​​ มร.ดาเมี่ยน เจมส์ เดลานี่ กรรมการผู้จัดการและผู้บริหารระดับสูง กล่าวว่า “แพลทินัมเป็นหนึ่งในแผนประกันสุขภาพที่ขายดีที่สุดของเอ็ทน่า ที่ออกแบบมาสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองการรักษาพยาบาลที่ครอบคลุม โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษาหากต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล แผนแพลทินัม พลัส ยังได้รับการออกแบบให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นให้ลูกค้าสามารรถเลือกความรับผิดส่วนแรกได้ถึง 4 ระดับ ช่วยทำให้ราคาถูกลงและทำให้ลูกค้าเข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่มีความคุ้มครองสุขภาพระดับพรีเมียมได้ง่ายขึ้น  นอกจากนี้ แผนแพลทินัมยังได้รวมบริการวีเฮลฺท์ (vHealth) ซึ่งเป็นบริการทางการแพทย์ผ่านโทรศัพท์หรือวิดีโอคอล กรรมสิทธิ์เฉพาะของเอ็ทน่าที่ได้รับรางวัล Business+ Best Product Innovation Awards และเอ็ทน่าเป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทประกันในประเทศไทยที่ให้บริการดังกล่าว ทั้งนี้ ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะช่วงล็อกดาวน์ มีความต้องการใช้บริการเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า เกือบ 10,000 คน โดยผู้ใช้บริการ vHealth สามารถรับคำแนะนำปรึกษาเกี่ยวกับสุขภาพ และการจัดการความความเครียดจากแพทย์ผู้มีประสบการณ์ โดยสามารถรับบริการปรึกษาแพทย์ได้นานถึง 30 นาทีต่อครั้ง แบบไม่จำกัดจำนวนครั้ง รวมถึงบริการจัดส่งยาถึงบ้านฟรีทั่วประเทศ บริการครบปลอดภัยโดยไม่ต้องออกไปเสี่ยงนอกบ้าน ผ่านทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ iOS และ Android "เอ็ทน่าเล็งเห็นว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ทำให้กลุ่มลูกค้าหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น หลายคนมีความเข้าใจผิดว่า การดูแลสุขภาพที่มีคุณภาพดีที่สุดเป็นเรื่องไกลเกินเอื้อม แต่เอ็ทน่าเชื่อว่า การนำเอาความรับผิดส่วนแรกมาเพิ่มเป็นทางเลือกในแผนแพลทินัม พลัส จะช่วยให้การดูแลสุขภาพแบบมีคุณภาพเป็นเรื่องใกล้ตัวคุณได้"มร.ดาเมี่ยน กล่าวในที่สุด Aetna Thailand Your Partner in Health เกี่ยวกับเอ็ทน่า อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็ทน่า อินเตอร์เนชั่นแนลเป็นส่วนหนึ่งของ CVS Health company ซึ่งมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างชุมชนที่แข็งแรงและแข็งแกร่ง ด้วยการส่งมอบสิทธิประโยชน์ด้านการดูแลสุขภาพของประชากรทั่วโลกในฐานะที่เราเป็นบริษัทผู้นำด้านประกันสุขภาพ เอ็ทน่ามีสมาชิกกว่า 900,000 คนทั่วโลก ซึ่งรวมทั้งคนท้องถิ่น ชาวต่างชาติ และนักท่องเที่ยว และผลประโยชน์ที่ครอบคลุมและดูแลทั่วโลก อาทิ การรักษาทางการแพทย์ ทันตกรรม การช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน และในบางพื้นที่ยังคุ้มครองถึงชีวิตและทุพพลภาพด้วย นอกจากนี้ เอ็ทน่า อินเตอร์เนชั่นแนล ยังได้นำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อยกระดับระบบการดูแลสุขภาพให้ดีขึ้นเพื่อรองรับสมาชิกที่เป็นหน่วยงานภาครัฐ บริษัทชั้นนำขนาดใหญ่ เพื่อให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี พร้อมทั้งมีการควบคุมคุณภาพการบริการและต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับปี 2563 ทาง CVS Health company ติดอันดับที่ 5 ในทำเนียบ Fortune 500 สำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https:/www.aetna.co.th
    เอ็ทน่า ประกันสุขภาพ รับรางวัล Best Product Innovation Awards 2020

    เอ็ทน่า ประกันสุขภาพ รับรางวัล Best Product Innovation Awards 2020

    มร.เดเมียน เดลานี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็ทน่า ประกันสุขภาพ(ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน)และ คุณภัทราภรณ์ เธียรวรรณ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ็ทน่า เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการvHealth ที่บริการปรึกษาแพทย์ผ่านแอปพลิเคชั่น รับรางวัล Business+Best Product Innovation Awards2020 ในสาขาบริการทางการแพทย์ ซึ่งตัดสินจากผลโหวตของผู้บริโภคจากทั่วประเทศกว่าหมื่นคน โดยถือว่าเป็นหนึ่งในรางวัลที่สะท้อนเสียงผู้บริโภคได้อย่างชัดเจนที่สุดรางวัลหนึ่งของประเทศไทย จัดโดยนิตยสาร Business+ ด้วยความร่วมมือกับทีมบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิจากวิทยาลัยการจัดการมหาวิทยาลัยมหิดลvHealth เป็นบริการปรึกษาแพทย์ผ่านระบบแอปพลิเคชันโดย บริษัท เอ็ทน่า เซอร์วิส(ประเทศไทย) จำกัด รับมอบรางวัล Business+ Best Product Innovation Awards 2020 ในสาขาบริการด้านการแพทย์ ซึ่งรางวัลนี้มี ​ ทั้งหมด 10 สาขาที่มอบให้กับสินค้าและบริการที่มีนวัตกรรมอันโดดเด่นของบริษัทชั้นนำในแต่ละสาขาธุรกิจและแอพพลิเคชัน vHealth เป็นแพลตฟอร์มเดียวในธุรกิจประกันสุขภาพที่ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ทั้งนี้ มร.เดเมียน เดลานี กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า การได้รับรางวัล Best Product Innovation Awardsเป็นผลลัพธ์ของความมุ่งมั่นและทุ่มเทของทีมงานคุณภาพของเราที่ทุ่มเทเพื่อมองหาช่องทางที่นำเสนอบริการด้านสุขภาพแบบใหม่ให้สะดวกมากยิ่งขึ้น และในขณะเดียวกันก็ลดความเสี่ยงต่างๆ รวมทั้งต้องมีราคาที่คุ้มค่าอีกด้วย“แอปพลิเคชัน vHealth เป็นเพียงแพลตฟอร์มเดียวในธุรกิจประกันสุขภาพที่ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ และเราก็ตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่จะเห็นแพลตฟอร์มนี้เติบโตขึ้นในอนาคต”
    เอ็ทน่า จับมือแอสตร้าเซนเนก้า ติดตั้งเครื่องพ่นยาละอองฝอย เพื่อผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจ

    เอ็ทน่า จับมือแอสตร้าเซนเนก้า ติดตั้งเครื่องพ่นยาละอองฝอย เพื่อผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจ

    บริษัท เอ็ทน่า เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมมือกับบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด จัดตั้งส่วนบริการเครื่องพ่นยาละอองฝอย และระบบการดูแลทางเดินหายใจในเด็ก พร้อมส่วนสันทนาการต่างๆ เช่น จอแอลซีดี เพื่อให้ผู้มาใช้บริการได้รับความสะดวก เพลิดเพลิน ในระหว่างการรักษาด้วยการพ่นยา ที่เอ็ทน่า แฟมิลี่ สหคลินิก หมู่บ้านนิชดาธานี จ.นนทบุรี  มร.ดาเมียน เจมส์ เดลานี่ กรรมการ บริษัท เอ็ทน่า เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เอ็ทน่าเป็นผู้ให้บริการประกันสุขภาพชั้นนำที่มีประสบการณ์มากกว่า 40 ปีในประเทศไทย เรามุ่งมั่นที่จะให้บริการปฐมภูมิและการดูแลเชิงป้องกันที่มีคุณภาพและสะดวกสบาย ดังนั้นการร่วมมือกันในทางด้านระบบสุขภาพในครั้งนี้กับแอสตร้าเซนเนก้า และออมรอนจึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้วัตถุประสงค์ดังกล่าวลุล่วง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นในการนำเสนอบริการด้านสุขภาพ อย่างต่อเนื่องของเอ็ทน่า รวมถึงการเพิ่มศักยภาพในด้านกุมารเวชศาสตร์ ให้สามารถดูแลผู้ป่วยที่เข้ารับบริการที่เอ็ทน่า แฟมิลี่ สหคลินิก หมู่บ้านนิชดาธานี ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น   นอกจากนี้ด้วยแนวคิดที่มุ่งเน้นให้ผู้คนมีสุขภาพที่ดีด้วยบริการด้านประกันสุขภาพที่มีระดับ ในปี 2019ที่ผ่านมา เอ็ทน่าได้เปิดให้บริการแอปพลิเคชัน vHealth บริการที่ลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์ของเอ็ทน่าประกันสุขภาพ สามารถใช้บริการปรึกษาแพทย์ผ่านมือถือหรือวิดีโอคอล ได้นานสูงสุดครั้งละ 30 นาทีฟรี ไม่จำกัดจำนวนครั้ง โดยไม่เสียค่าบริการทางการแพทย์ พร้อมบริการจัดส่งยาถึงหน้าบ้าน ซึ่งเป็นบริการที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากสมาชิกพยายามหลีกเลี่ยงโรงพยาบาลและคลินิกที่แออัดสำหรับการดูแลที่ไม่ฉุกเฉินในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของ Covid-19 รวมถึงแอปพลิเคชัน vHealth ยังได้รับรางวัลนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมในปี 2020 อีกด้วย ด้าน นายเจมส์ ทีก ประธาน บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวต่อว่า แอสตร้าเซนเนก้า มีความยินดีมากที่ได้ร่วมมือในการจัดตั้งส่วนบริการเครื่องพ่นยาละอองฝอย และระบบการดูแลทางเดินหายใจกับเอ็ทน่า เซอร์วิสเซส เพื่อมุ่งเน้นที่จะพัฒนาการเข้าถึงนวัตกรรมด้านการแพทย์และการดูแลสุขภาพ ความร่วมมือครั้งนี้ทำให้ผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจเข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น ปรับปรุงการเข้าถึงทั่วทั้งระบบในการดูแลสุขภาพ และนำไปสู่สุขภาพของผู้ป่วยที่ดีขึ้นในที่สุด

    โปรโมชัน

    ดูทั้งหมด
    ส่งต่อสุขภาพดี รับฟรี Lotus’s voucher มูลค่า 200*

    ส่งต่อสุขภาพดี รับฟรี Lotus’s voucher มูลค่า 200*

    สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกเอ็ทน่าประสุขภาพประเทศไทย เมื่อแนะนำเพื่อนและคนรู้จักให้สมัครประกันสุขภาพค่าเบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป / กรมธรรม์ ผู้แนะนำจะได้รับคูปองแทนเงินสด มูลค่า 200 บาท* ​ ยิ่งชวนมาก ยิ่งรับมาก วิธีการเข้าร่วมแคมเปญ แจ้งชื่อผู้แนะนำและเลขที่กรมธรรม์ ให้กับเจ้าหน้าที่ที่เบอร์ 02 822 1150 แจ้งชื่อและเบอร์โทรผู้ที่ต้องการสมัครประกันสุขภาพ เจ้าหน้าที่จะทำการติดต่อตามเบอร์ที่ท่านให้ไว้ ในกรณีที่ผู้ถูกแนะนำได้ทำการสมัครประกันสุขภาพเสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่กำหนด ท่านจะได้รับคูปองแทนเงินสด Lotus’s มูลค่า 200 บาท*   *เงื่อนไขและข้อกำหนดในการเข้าร่วมแคมเปญ • ระยะเวลาตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2565 - 31 ธันวาคม 2565 • ช่องทางการขาย ผ่านทาง Telesale, Direct Branch และ Worksite ทีม เท่านั้น • แผนประกันภัยที่เข้าร่วมแคมเปญ ได้แก่ แผนประกันสุขภาพรายเดี่ยว (ยกเว้นแผน Care Plus, Extra Value และ White Diamond) • เบี้ยประกันภัยจะต้องมากกว่า 20,000 บาท ต่อ 1 กรมธรรม์ หลังจากหักส่วนลดแล้วและเป็นกรมธรรม์ใหม่ที่เริ่มคุ้มครองในระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น • บริษัทจะจัดส่งคูปองแทนเงินสด หลังจาก 60 วันเมื่อเริ่มวันเริ่มคุ้มครอง ในกรณีที่กรมธรรม์ของผู้ถูกแนะนำไม่มีการยกเลิกและกรมธรรม์อยู่ในสถานะปกติ • ผู้แนะนำจะต้องถือกรมธรรม์รายบุคคลกับบริษัทเอ็ทน่า ประกันสุขภาพ ประเทศไทย และมีสถานะปกติ • ฝ่ายการตลาดขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข ผลประโยชน์ ตามความเหมาะสม โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า • ในกรณีที่เกิดข้อพิพาท คำตัดสินของบริษัทถือเป็นที่สิ้นสุด
    โครงการวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ฟรี สำหรับสมาชิกประกันสุขภาพเอ็ทน่ารายบุคคล*

    โครงการวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ฟรี สำหรับสมาชิกประกันสุขภาพเอ็ทน่ารายบุคคล*

    บริษัทฯ รู้สึกห่วงใยและตระหนักถึงผลกระทบของการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ตามที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขและ องค์การอนามัยโลก ได้มีการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ในประชาชนกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุและกลุ่มผู้ที่มีประวัติทางการแพทย์ เราจึงได้จัดตั้งโครงการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ให้แก่สมาชิกของเอ็ทน่าฟรี เพื่อเป็นการเพิ่มภูมิคุ้มกันและลดโอกาสในการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่มักจะระบาดในช่วงฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงแก่สมาชิกของเรา ทั้งนี้ท่านสามารถที่จะปรึกษาแพทย์ก่อนเข้าร่วมโครงการ *เฉพาะประกันสุขภาพรายบุคคลเท่านั้น ยกเว้นแผนประกันมะเร็งและประกันการเดินทาง โครงการนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 พฤษภาคมถึง 25 กันยายน 2565  เฉพาะโรงพยาบาลที่เข้าร่วมในโครงการ ในช่วงเวลาการให้บริการฉีดวัคซีนที่ระบุเท่านั้น   • ข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ bit.ly/THflu2022    เงื่อนไขการรับสิทธิ์   • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเข้ารับวัคซีนเฉพาะสมาชิกที่ยังคงความเป็นสมาชิกภาพของเอ็ทน่ารวมถึงสมาชิกที่ไม่ถูกระงับสิทธิ์ความคุ้มครองในวันที่เข้ารับการฉีดวัคซีน • สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดและไม่สามารถใช้ร่วมกับโปรโมชั่นอื่นๆ ได้ • สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยน โอนย้ายกรรมสิทธิ์ให้กับบุคคลอื่นได้ • บริษัทฯ ขอมอบสิทธิ์การเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ท่านละ 1 เข็ม โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ยกเว้นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการเข้ารับการบริการนอกเวลาทำการของโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ การพบแพทย์ตรวจรักษาและบริการอื่นๆ • ผู้ถือกรมธรรม์ที่มีอายุต่ำกว่า 9 ปี อาจมีค่าบริการทางการแพทย์ที่กุมารแพทย์จะทำการตรวจร่างกายก่อน • ให้บริการวัคซีนและอาจมีการแนะนำให้ฉีดวัคซีนเข็มที่สอง ซึ่งบริษัทฯ จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดจากวัคซีนเท่านั้นยกเว้นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการพบแพทย์ตรวจรักษาและบริการอื่นๆ • สมาชิกที่แพ้ไข่ ตั้งครรภ์และกำลังให้นมบุตร หรือผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง กรุณาปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการค่าใช้จ่ายในการปรึกษา แพทย์ไม่รวมในโครงการนี้   วิธีการรับสิทธิ์   ทั้งนี้ ผู้ได้รับสิทธิ์สามารถแสดงรหัสเฉพาะ พร้อมบัตรประชาชนและบัตรสมาชิกเอ็ทน่า กับโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ   ตรวจสอบรายชื่อโรงพยาบาลที่ร่วมโครงการที่นี่ PMI (TH) PMi (EN) iPMi (TH) iPMi (EN)
    ประหยัดค่าเบี้ยประกันสูงสุด 15%* เมื่อสมัครประกันสุขภาพแบบบุคคล และสูงสุด 25% เมื่อสมัครแบบครอบครัว พร้อมรับสิทธิบริการปรึกษาแพทย์ผ่านแอปฯ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

    ประหยัดค่าเบี้ยประกันสูงสุด 15%* เมื่อสมัครประกันสุขภาพแบบบุคคล และสูงสุด 25% เมื่อสมัครแบบครอบครัว พร้อมรับสิทธิบริการปรึกษาแพทย์ผ่านแอปฯ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

    สมัครแผนประกันสุขภาพวันนี้ รับส่วนลดสูงสุด 25%*  - เมื่อสมัครประกันสุขภาพเฉพาะ IPD ประหยัดค่าเบี้ย 12% (ทั้งการชำระแบบรายเดือนหรือรายปี)  - เมื่อสมัครประกันสุขภาพ IPD+OPD ประหยัดค่าเบี้ย 15% (ทั้งการชำระแบบรายเดือนหรือรายปี)  - เมื่อสมัครประกันสุขภาพแบบครอบครัว ประหยัดค่าเบี้ย 25% (ทั้งการชำระแบบรายเดือนหรือรายปี) แผนประกันที่เข้าร่วมแคมเปญ :  • แผนแพลทินัม พลัส • แผนวีเฮลท์ วีแคร์ • แผนบียอนด์ เพอร์ซันนัลแคร์ • แผนเพอร์ซันนัล แคร์ • แผนโอปอล • แผนเพิร์ล เงื่อนไขรายการส่งเสริมการขาย 1. รายการส่งเสริมการขาย สำหรับกรมธรรม์ฉบับใหม่ (เฉพาะเบี้ยประกันภัยปีแรก) ภายในระยะเวลาที่แคมเปญกำหนดเท่านั้น 2. วันเริ่มคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยจะต้องไม่เกินวันที่ 15 กรกฎาคม 2565 3. การ upgrade, downgrade หรือ การเพิ่มสมาชิกในกรมธรรม์ ไม่สามารถเข้าร่วมรายการฯ 4. ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง รายละเอียด ข้อกำหนด และสิทธิประโยชน์ กลุ่มลูกค้า ตามดุลย์พินิจ 5. กรณีมีข้อพิพาท คำตัดสินของเอ็ทน่าถือเป็นที่สิ้นสุด หมายเหตุ *เงื่อนไขเป็นไปตามกรมธรรม์ที่ท่านเลือก และผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง **บริการแอปพลิเคชันวีเฮลท์ให้บริการโดยบริษัท เอ็ทน่า เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด สำหรับลูกค้าที่ถือแผนประกันสุขภาพของเอ็ทน่าประเทศไทย อันได้แก่ อัลตร้าแคร์, แพลทินัม, แพลทินัม พลัส, วีเฮลท์ วีแคร์, เพอร์ซันนัลแคร์, บียอนด์เพอร์ซันนัลแคร์, โอปอล, เพิร์ล, เอ็มพลอยยี พลัส, เอ็มพลอยยี วีแคร์ และประกันกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่ (ยกเว้นบริการด้านบริหารจัดการสินไหมทดแทน – ASO Groups) / สามารถทำการนัดหมายในช่วงเวลา 8.00 น. - 20.00 น. จันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์). บริการส่งยาทั่วประเทศภายใน 4 ชั่วโมง (ในหลายจังหวัด) และไม่เกิน 3 วันสำหรับต่างจังหวัด (ฟรีเฉพาะค่าจัดส่งยาเท่านั้น ไม่รวมค่ายาที่แพทย์สั่ง)
    ท่องเที่ยวอย่างอุ่นใจ และประหยัดมากขึ้น เอ็ทน่า ให้คุณประหยัดค่าเบี้ยสูงสุด 15%* เมื่อสมัครประกันการเดินทาง

    ท่องเที่ยวอย่างอุ่นใจ และประหยัดมากขึ้น เอ็ทน่า ให้คุณประหยัดค่าเบี้ยสูงสุด 15%* เมื่อสมัครประกันการเดินทาง

    เอ็ทน่า จัดแคมเปญมอบความคุ้มครองประกันการเดินทางทั้งรายเที่ยวและรายปี ด้วยการให้คุณประหยัดค่าเบี้ยประกันได้มากขึ้นสูงสุด 15% เพียงกรอกโปรโมโค้ด เมื่อทำการซื้อประกันเดินทางออนไลน์บนเว็บไซต์ www.aetna.co.th/travel-insurance • ประหยัดค่าเบี้ย 15% เมื่อสมัครประกันการเดินทางแบบรายปี กรอก promo code: Jun-150622 • ประหยัดค่าเบี้ย 10% เมื่อสมัครประกันการเดินทางแบบรายเที่ยว กรอก promo code: Jun-100622 โปรโมชั่นตั้งแต่ 1 มิถุนายน - 31 สิงหาคม 2565   จุดเด่นของแผนประกันเดินทางของ เอ็ทน่า - ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงถึง 5 ล้านบาท ต่อการเดินทางครั้งใดครั้งหนึ่ง* - ให้ความคุ้มครองทั้งอุบัติเหตุและเจ็บป่วยตลอด 24 ชั่วโมง - มีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินในการเดินทาง - ให้ความคุ้มครองทั่วโลกรวมถึงสหรัฐอเมริกา (ยกเว้น 5 ประเทศที่มีการยกเว้น) - ให้ความคุ้มครองประกันหลังกลับจากการเดินทาง 2 ชั่วโมง - ได้รับการรับรองจากสถานฑูตในการขอยื่นวีซ่าในกลุ่มเชงเก้น - คืนเงิน 100% เมื่อถูกปฏิเสธวีซ่า คลิกซื้อประกันเดินทางออนไลน์ได้เลย หรือโทร 02 677 0066   เงื่อนไขรายการส่งเสริมการขาย 1. รายการส่งเสริมการขาย สำหรับกรมธรรม์ฉบับใหม่ ภายในระยะเวลาที่แคมเปญกำหนดเท่านั้น 2. การ upgrade, downgrade หรือ การเพิ่มสมาชิกในกรมธรรม์ ไม่สามารถเข้าร่วมรายการฯ 3. ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง รายละเอียด ข้อกำหนด และสิทธิประโยชน์ กลุ่มลูกค้า ตามดุลย์พินิจ 4. กรณีมีข้อพิพาท คำตัดสินของเอ็ทน่าถือเป็นที่สิ้นสุด หมายเหตุ *เงื่อนไขเป็นไปตามกรมธรรม์ที่ท่านเลือก และผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง